“พี่สาว ท่านคิดจะให้ฮูหยินเจ้าเล่ห์ผู้นั้นมาอยู่ที่จวนของพวกเราจริงหรือ? เกรงว่าแม่ที่สอนลูกสาวให้เจ้าเล่ห์เพทุบายเช่นนี้ได้จะไม่ใช่คนดีเสียเท่าไร”
แววตาของหลินจงอวี้เผยความกังวลเพราะกลัวว่าพี่สาวจะถูกรังแก
“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าวางใจเถิด เอาศัตรูไว้ใกล้ตัว ดีกว่าปล่อยให้พวกนางวางแผนร้ายลับหูลับตาเรา ว่าแต่เจ้ากำลังอ่านอะไรหรือ?”
หลินเมิ้งหยามิได้กังวลใจเลยแม้แต่น้อย จวนอวี้แห่งนี้ไม่มีทางเป็นสรวงสวรรค์ของพวกนางสองแม่ลูกอย่างแน่นอน
“หยิบมาส่งๆ เท่านั้นขอรับ ไม่ได้ตั้งใจหยิบ”
เวลาไม่มีอะไรทำ เขามักจะมาที่ห้องของหลินเมิ้งหยาเพื่ออ่านหนังสือ
หนึ่งคือเพื่อฆ่าเวลา สองคือเพื่อดูแลความปลอดภัยในตำหนักให้กับพี่สาว
“เจ้าเองก็โตแล้ว ช่วงนี้พี่ว่าง พี่จะทูลขอท่านอ๋องแล้วส่งเจ้าไปเรียนที่จวนไท่หยิ่น”
บรรพบุรุษเมืองจิ้นให้ความสำคัญกับการผลูกฝังเลี้ยงดูลูกหลานเป็นอย่างมาก
ไม่มีที่แห่งไหนเป็นเลิศทางด้านการศึกษาได้โรงเรียนระดับกลางแห่งจวนไท่หยิ่น
ชื่อเสียงกว้างไกลไปทั่วเมืองหลวง อัครมหาเสนาบดีราวเจ็ดถึงแปดคนล้วนจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้
หากส่งเสี่ยวอวี้เข้าไปเรียนที่นี่ได้ นางจึงจะวางใจ
“ข้า…ข้าไม่อยากไป ข้าอยากอยู่ดูแลท่านพี่”
สายตามุ่งมั่น หลินจงอวี้ไม่เคยนึกถึงโลกใบที่ไม่มีหลินเมิ้งหยามาก่อน
จวนแห่งนี้มีอันตรายรอบด้าน ศัตรูต่างพากันจับจ้องปองร้ายพี่สาว เขา…ไม่มีทางปล่อยพี่สาวเอาไว้คนเดียวในจวนแห