ย
เมื่อเทียบกันแล้ว หลานในไส้ของตนเองย่อมสนิทชิดเชื้อกว่านางมิใช่หรือ?
คิดอยากพาป๋ายซ่าวกลับไปยังสวนหลิวซิน ทว่าระหว่างทางเดินกลับพบเจียงหรูฉินเข้า
ร่างบางสวมใส่ชุดสีชมพู ข้างหลังคือสาวใช้สวมใส่ชุดสีแดงสี่คน สีหน้าไม่น่ามอง
โลกนี้ช่างกลมเหลือเกิน ทั้งที่เป็นเช้าสว่างสดใสแต่กลับต้องมาเจอตัวซวย ได้ยินมาว่าแม้แต่แม่ของใครบางคนยังถูกฆ่าให้ตาย ชิๆ เห็นทีข้าต้องบอกให้ท่านพี่และท่านป้าต้องระวังตัวเอาไว้แล้ว!”
หลินเมิ้งหยาเงยหน้า เหลือบมองด้วยสายตาดูแคลน ใบหน้านวลขาวราวเกล็ดหิมะเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง
เจียงหรูฉินสั่งคนตีเสี่ยวอวี้ ดังนั้นนางจึงแสดงท่าทางหยิ่งจองหองเช่นนี้ แต่นางคงลืมสิ่งที่เจียงเฉิงเคยบอกนางไปว่าอย่าทำให้หลินเมิ้งหยาต้องขุ่นเคืองเป็นอันขาด
สาวใช้ที่อยู่ข้างหลังนางล้วนรอดูอะไรสนุกๆ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า “เพียะ” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนชะงักอยู่กับที่
“เจ้ากล้าตบข้า!”
เจียงหรูฉินคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาที่มักจะสงบนิ่งอยู่เสมอจะกล้าตบหน้านาง
“ข้าตบเจ้าแล้วอย่างไรเล่า? หากเจ้ายังกล้าพูดจาเลื่อนเปื้อน ข้าจะกรีดหน้าของเจ้าเสีย”
หลินเมิ้งหยาชักมือซ้ายกลับ จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยส่งเสียงเน้นย้ำทีละคำ
“เจ้า…อย่าลำพองใจไปหน่อยเลย ท่านป้าไม่มีทางยอมให้คนอย่างเจ้ามาเหิมเกริมเสพสุขอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจเฉิบหรอก!”
เจียงหรูฉินที่กำลังโกรธเกรี้ยว