ลืมไปจนหมดสิ้นว่าตนเองเป็นเพียงแขกเท่านั้น
เมื่อสาวใช้ทั้งสี่เห็นว่าเจ้านายของตนเองถูกทำร้าย พวกนางเองก็ลืมสถานะของตนเองแล้วรีบเข้าไปห้อมล้อมหลินเมิ้งหยากับป๋ายซ่าวเอาไว้
“หืม? กล้าลงมือกับข้าในจวนแห่งนี้อย่างนั้นหรือ!”
น้ำเสียงเย็นชาระคนน่าเกรงขาม
สาวใช้ทั้งสี่ขยับเท้าถอยหลัง ทว่าเจียงหรูฉินไม่มีวันยอมแพ้ ฝ่ามือยกขึ้นจับใบหน้าข้างแก้มสีแดงซึ่งกำลังร้อนผ่าว ความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นในใจ
“ชุนฮวา ชิวเยว่ ล่าเหมย ตงเสวี่ย พวกเจ้าจงสั่งสอนนางให้กับข้า!”
สาวใช้ทั้งสี่เชื่อเหลือเกินว่าคุณหนูของตนเองจะต้องได้ขึ้นเป็นนายหญิงของจวนแห่งนี้ ดังนั้นพวกนางจึงมิได้ไตร่ตรองอะไรมากมาย
ขณะที่คิดจะก้าวขึ้นไปจับตัวหลินเมิ้งหยา ทว่าด้านหลังกลับปรากฏทหารองครักษ์ขึ้นเจ็ดถึงแปดคน
“ใครกล้าเสียมารยาทกับพระชายา!”
เสียงทุ้มต่ำเย็นชาเจือไว้ซึ่งแรงอาฆาต สาวใช้ทั้งสี่ไม่อาจต่อกรกับความน่าหวั่นเกรงเช่นนี้ได้
“พระชายา ข้าน้อยชิวหมิงขอถวายคำนับพระชายา”
หลินเมิ้งหยาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีทหารองครักษ์พุ่งตัวเข้ามาอารักขา
มองบุคคลตรงหน้า ใบหน้าดำถมึงทึง แต่เพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกคุ้นเคยนัก?
“พระชายาอาจจะลืม ข้าน้อยเคยทำงานให้กับพระชายาที่โรงน้ำชาพ่ะย่ะค่ะ”
ชิวหมิงอดที่จะหยักยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ดวงตาขณะจ้องมองพระชายาเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใส
เขาไม่เคยลืมภาพอเนจอนาถของอันธพาลทั้งสี่
เกรงว่