ี้”
หลินเมิ้งหวู่พยักหน้ารับคำแล้วกลับออกไปอย่างว่าง่าย
“นายหญิง เกรงว่าคุณหนูรองจะไม่ได้คิดดีอย่างคำพูดนะเจ้าคะ!”
ตอนที่ยังอยู่จวนสกุลหลิน มีเพียงป๋ายจื่อและหลินเมิ้งหยาเท่านั้นที่เข้าใจกันดี
พวกนางต้องทนทุกข์ทรมานเพราะสองแม่ลูกคู่นี้ทุกรูปแบบ ดังนั้นป๋ายจื่อจึงอยู่ให้ห่างจากสองแม่ลูกคู่นี้ให้ได้มากที่สุด
เพียงได้ยินว่าคุณหนูของตนเองคิดจะพาสองแม่ลูกใจดำออำมหิตคู่นั้นเข้ามาอยู่ที่นี่ นางจึงรีบร้องห้าม
“นั่นสิเจ้าคะนายหญิง เกรงว่าพอถึงเวลาจริงๆ ตอนมานั้นมาง่าย แต่ตอนกลับท่าจะยาก หากสองแม่ลูกไม่ยอมออกจากเรือนไป เช่นนั้นพวกเราจะขาดทุนมากกว่าได้กำไรนะเจ้าคะ”
ป๋ายซ่าวพูดอย่างตรงไปตรงตามตามใจคิด สีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ช่วงนี้ป๋ายจื่อเล่าเรื่องระหว่างสองพี่น้องให้นางฟังมากมายพอสมควร
ดังนั้นป๋ายจีและป๋ายซ่าวเองก็เจ็บแค้นแทนเจ้านาย เพียงได้เห็นหลินเมิ้งหวู่ก็คิดอยากเข้าไปตบตีระบายความโกรธเกรี้ยว แล้วแบบนี้จะให้อ้าแขนยินดีต้อนรับฮูหยินสกุลหลินผู้นั้นได้อย่างไร
“ข้าเข้าใจความเป็นห่วงเป็นใยของพวกเจ้าดี ลองคิดให้ดีสิป๋ายจื่อ ตอนนั้นสองแม่ลูกกระทำเช่นไรไว้กับพวกเราสองคน? หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อและท่านพี่คอยดูแลปกป้อง เกรงว่าตอนนี้เศษดินคงกลบหน้าพวกเราไปนานแล้ว”
หลินเมิ้งหยากุมมือของป๋ายจื่อเพื่ออยากบอกนางว่านางเองก็ยังไม่เคยลืมเรื่องราวในอดีต
“หนู่ปี้เข้าใจสิ่งที่นายหญิงต้องการจะสื่