อแล้วเจ้าค่ะ หากคิดจะแก้แค้นสองแม่ลูกคู่นั้น จำเป็นต้องให้พวกนางมาอยู่ที่นี่ก่อน มิเช่นนั้นมือของนายหญิงคงยื่นไปไม่ถึงเพราะสองแม่ลูกขลุกอยู่แต่ในจวนหลิน อีกทั้งนายหญิงยังไม่ได้กลับบ้านเกิดบ่อยๆ อีกด้วย”
ป๋ายจีเป็นคนฉลาด นางจึงเอ่ยสิ่งที่คิดออกมา
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงเพื่อยืนยันความคิดของป๋ายจี
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แต่นายหญิงเจ้าคะ หากฮูหยินมาอยู่ที่นี่ นายหญิงจะต้องให้หนู่ปี้อยู่เคียงข้างนายหญิงตลอดเวลานะเจ้าคะ สองแม่ลูกคู่นั้นร้ายกาจเกินไป หนู่ปี้กลัวพวกนางจะทำร้ายนายหญิงเจ้าค่ะ!”
คิ้วของป๋ายจื่อขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อก่อนนางปกป้องคุณหนูอย่างสุดชีวิตเพื่อให้รอดพ้นจากการทำร้ายของสองแม่ลูกคู่นั้น
ต่อจากนี้ไปนางจะต้องปกป้องดูแลคุณหนูให้ดี ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดเข้ามาทำร้ายคุณหนูของนาง!
“ได้ ข้าต้องหวังพึ่งเจ้าแล้ว จริงสิป๋ายจี หากฮูหยินมาแล้ว เจ้ากับป๋ายซ่าวจะต้องดูแลเขตตำหนักแห่งนี้ให้ดี นอกจากเหล่าข้าทาสที่ไว้ใจได้ ห้ามมิให้ใครเข้ามาในตำหนักของข้าเด็ดขาด”
ป๋ายจีและป๋ายซ่าวฝีมือไม่เลว ทั้งสองสบตากันก่อนจะพยักหน้าลงตอบรับหลินเมิ้งหยา
“นายหญิงโปรดวางใจ หนู่ปี้และพี่ป๋ายจีจะเฝ้าประตูตำหนักเป็นอย่างดี จะไม่มีใครเข้ามาในห้องของนายหญิงได้อย่างเด็ดขาดเจ้าค่ะ!”
นางพยักหน้าลง เชื่อใจป๋ายจีและป๋ายซ่าวมาก
แต่…เหตุใดตำหนักของนางจึงเหมือนขาดใครไปสักคนกันเล่า?
“ช่วงนี้เสี่ยวอวี้หายไปไ