งโอ้โหยวโอ้โหยวไม่หยุด สุดท้ายนางหมดทางเลือก
การทายาให้หลินจงอวี้นั้นไม่ง่ายเลย กว่าจะพันบาดแผลเสร็จก็กินเวลาไปกว่าครึ่งคืน
“ข้ามีของจะมอบให้ท่าน พี่สาวจะต้องสัญญาว่าจะเก็บรักษามันดีๆ นะ”
เสี่ยวอวี้ยิ้มแย้มแจ่มใสประหนึ่งหมู่มวลบุปผาเบ่งบาน เขาหยิบกำไลหยกเส้นหนึ่งออกจากอ้อมกอดแล้ววางลงบนมือของหลินเมิ้งหยา
“เจ้าไปเอาหยกเส้นนี้มาจากที่ใด งดงามมากจริงๆ”
หลินเมิ้งหยารับกำไลหยกมาจากหลินจงอวี้พลางยกขึ้นส่องใต้แสงไฟ
เป็นหยกน้ำดี กำไลหยกวงนี้มีสีใสเปล่งประกายวาววับ เพียงได้เห็นก็รู้ว่าราคาไม่ถูกเลย
“นี่เป็นมรดกตกทอดของตระกูลข้า เมื่อก่อนมันอยู่กับข้ามาตลอด ดังนั้นจึงไม่ถูกพวกอันธพาลเหล่านั้นแย่งชิงไป”
ดวงตาของหลินจงอวี้เปล่งประกาย สายตาที่จ้องมองกำไลหยกอันนี้ไม่ต่างอะไรจากการได้มองของรักของหวง ทว่าหลินเมิ้งหยากลับส่ายหน้าแล้วคืนกำไลหยกให้กับเขา
“ในเมื่อเป็นมรดกตกทอด เจ้าควรจะเก็บเอาไว้ให้ดี หากได้เจอหญิงสาวที่เจ้าต้องการจะมอบใจให้ในอนาคต เจ้าจงนำกำไลหยกวงนี้มอบให้กับนาง”
แต่หลินจงอวี้กลับไม่ละทิ้งความมุ่งมั่น เขาพยายามโน้มน้าวให้หลินเมิ้งหยารับกำไลหยกวงนี้ไป
ทั้งกลัวว่าบาดแผลของหลินจงอวี้จะปริออก อีกทั้งยังกลัวว่าเด็กน้อยคนนี้จะไม่มีวันยอมเลิกราง่ายๆ ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงหมดทางเลือกและทำได้เพียงรับกำไลหยกวงนั้นไป
“เช่นนั้นพี่สาวจะเก็บของชิ้นนี้เอาไว้ให้เจ้า หากวันใดเจ้าเจอคนที่เจ้ารักก็มาร