องแขนหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางออดอ้อน คนนอกที่ได้เห็นล้วนคิดว่าพวกนางสองพี่น้องต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับชักมือกลับอย่างไม่ไว้หน้า นางยังคงมิอาจลืมเลือนเรื่องราวในอดีต
เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอันสมควรเท่านั้น
“มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาเถิด ที่จวนยังมีงานอีกมาก ข้าไม่มีเวลาคุยกับเจ้านานนักหรอก”
หลินเมิ้งหยาพูดพลางเดินเข้าไปยังโต๊ะอ่านหนังสือของตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเมิ้งหวู่เข้ามายังตำสวนหลิวซิน
นางเคยคิดมาตลอดว่า เรือนที่มารดาของตนเองอยู่เพริศพริ้งไปด้วยไม้แกะสลักอันแสนหรูหราสง่างามมากแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตำหนักที่หลินเมิ้งหยาอยู่จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสวยงามดั่งทองที่แท้จริง
ผ้ามุ้งครอบเตียงที่ถักทอจากผ้าไหมชิงหลิงซา ฉากกั้นประดิษฐ์ขึ้นด้วยไม้หอมหยุนเซียง แม้แต่อ่างล้างหน้ายังถูกแกะสลักจากหยก
สิ่งของทั้งหมดในตำหนักนี้ควรเป็นของนางถึงจะถูก!
เหตุใดนังแพศยาหลินเมิ้งหยาจึงได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้?
นางกักเก็บความอิจฉาริษยาเอาไว้ภายในก้นบึ้งของหัวใจ ใบหน้าเผยเพียงความสนิทชิดเชื้อ
“ท่านพี่ แม้ว่าครอบครัวของเราจะทะเลาะเบาะแว้งกันสักเพียงไหน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นปัญหาภายในครอบครัวมิใช่หรือ? จวนแห่งนี้ก็เหมือนเป็นบ้านสกุลหลินของพวกเรา ข้าที่เป็นน้องสาวมิอาจทนเห็นท่านพี่ถูกรังแกได้หรอก”
ช่างเป็นเหตุผลที่เหมาะที่ควรเสียเหลือเกิน อย่าว่าแต่หลินเมิ้งหยาเลย แม้แต่หลินเมิ้