องผี แต่ถึงกระนั้นพวกชาวบ้านกลับเชื่อเรื่องเหล่านี้มาก อีกทั้งยังมีการสร้างวัดวาอารามเพื่อกราบไหว้บูชา
เดินผ่านธรณีประตูเข้าไป หลินเมิ้งหยาเห็นโรงน้ำชาเก่าแก่ฝุ่นเขรอะ
ขอบประตูที่ไหม้เกรียมเผยให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในครั้งก่อน หากไม่ใช่เพราะประตูใหญ่ถูกล็อกเอาไว้ หากโรงน้ำชาเก่าแก่แห่งนี้ตัดกับถนนใหญ่อันแสนเจริญรุ่งเรืองแล้วละก็ ที่นี่จะต้องกลายเป็นโรงน้ำชาที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวงเป็นแน่
“ระวังหน่อย”
อยู่ๆ มือคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามาจากทางด้านหลัง ก่อนจะโอบเอวของหลินเมิ้งหยาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ
หันหน้ากลับไป ทว่ากลับได้เห็นใบหน้าด้านข้างของหลงเทียนอวี้ ใบหน้าของเขาหล่อเหลามีเสน่ห์ เกรงว่าแม้แต่เทพเซียนบนชั้นฟ้าก็มิอาจหล่อเหลาได้เช่นเขา
ชาตินี้หรือแม้แต่ชาติก่อนๆ นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเมิ้งหยาเหม่อลอยเพราะใบหน้าด้านข้างของผู้ชาย
“ที่นี่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมตั้งแต่ตอนที่ไฟไหม้คราวที่แล้ว ระวังตัวหน่อย อย่าทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ”
ปล่อยตัวหลินเมิ้งหยา ที่แท้พื้นของโรงน้ำชาก็มีรอยผุพังขนาดเล็ก
หากหลินเมิ้งหยาเหยียบลงไป เกรงว่าป่านนี้คงจะขาหักไปแล้ว
“โอ้ ขอบพระทัยเพคะ” หลินเมิ้งหยาหลุบตาต่ำเพื่อปกปิดความเขินอาย
นางเดินเข้าไปในโรงน้ำชาด้วยความระมัดระวัง เพื่อหาร่องรอยของเสียงผีที่ว่า
แม้โรงน้ำชาจะถูกเผาไปเสียส่วนใหญ่ แต่โครงสร้างหลักยังคงอยู่ แต่ที่น่าแปลกคือทั้งที่เป็นบันไดไม้ ทว่า