ือไม่?
คิดจะเล่นกับนาง ชิงหูผู้นี้ยังไม่เก่งพอหรอก
“พวกเจ้าสี่คนดูแลบ้านให้ดี ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย อีกไม่นานจะกลับมา”
ในที่สุดชิงหูก็จากไป หลินเมิ้งหยาจึงเดินออกจากสวนหลิวซิน
หลินขุยรอหลินเมิ้งหยาอยู่นานแล้ว พยักหน้าลง ทั้งสองแอบเดินตรงไปยังประตูหลังของจวน
ขึ้นไปบนรถม้าขนาดเล็ก ไม่นานรถม้าที่ไม่โดดเด่นคันนั้นก็แล่นหายไป
รถม้าแล่นค่อนข้างเร็ว หลินเมิ้งหยาลอบสำรวจบริเวณข้างทาง สุดท้ายมันหยุดลงหน้าประตูบานหนึ่ง
“ที่นี่เคยเป็นโรงน้ำชาเก่าของเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ เหตุเพราะมีข่าวลือเรื่องผีสาง ดังนั้นท่านอ๋องจึงซื้อมาในราคาถูก ศพของผอจื่อคนนั้นถูกเก็บรักษาไว้ในโรงน้ำแข็งพ่ะย่ะค่ะ”
หลินขุยรายงานเสียงเบา หลินเมิ้งหยามองดู ที่แท้ทางที่นางเข้ามาคือประตูหลังของโรงน้ำชา
“ของที่ข้าสั่งให้เจ้าเตรียม เจ้าเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
สีหน้าหลินขุยเปลี่ยนไป ก่อนจะหยิบห่อผ้าใบออกมา
“กระหม่อมหาช่างที่มีฝีมือดีที่สุดทำมันขึ้นมา พระชายา…ท่านต้องการ…”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง รับห่อผ้าใบ
“ศพคือคำบอกใบ้สุดท้ายที่ถูกทิ้งไว้บนโลกนี้ ข้าจะต้องผ่ามันออกดู”
นี่คือประโยคที่เพื่อนนักเรียนแพทย์ด้วยกันมักจะพูด เมื่อก่อนหลินเมิ้งหยาไม่ได้สนใจอะไร ทว่าตอนนี้นางพบว่ามันช่างมีเหตุผลเหลือเกิน
ทว่าหลินขุยที่อยู่ทางด้านหลังกลับรู้สึกเย็นวาบ พระชายาพระองค์นี้ใจกล้าเหลือเกิน
เดินเข้าไปยังโรงน้ำแข็ง ทว่าภายในโรงน้ำแข็งแห่