่งยิ้มหวานมาให้ตนเอง แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนหลายเท่าตัว
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว แต่ว่านะน้องสาม พี่ใหญ่ยังไม่เข้าใจ เหตุใดอยู่ดีๆ เจ้าจึงแต่งงานกับบุตรีของเจิ้นหนานโหวเล่า? หรือน้องสามมีแผนการอันใดที่ไม่อาจบอกให้ผู้อื่นล่วงรู้กัน?”
คำพูดของไท่จื่อเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหลงเทียนอวี้
สีหน้าเย็นชา หลงเทียนอวี้กระตุกยิ้มเล็กน้อย พยายามปิดบังความเสียใจในดวงตา
เขายังจำตอนนั้นได้ดี พี่ใหญ่หรือไท่จื่อผู้นี้มักจะพาตนเองและพี่สองไปเล่นที่นอกวัง
ฮองเฮามักคิดทำร้ายตนเองเสมอมา แต่เป็นพี่ใหญ่ที่คอยแอบบอกแผนการให้ตนเองฟัง ดังนั้นเขาจึงเอาตัวรอดได้
ดังนั้นฮองเฮาจึงนำหมู่เฟยมาบังคับข่มขู่ตนเอง เขาไม่เคยโกรธพี่ใหญ่เลยแม้แต่น้อย แต่มิรู้ว่าเพราะเหตุใดพี่ใหญ่จึงแปรเปลี่ยนและเกลียดชังเขาถึงเพียงนี้?
“เฉินตี้ไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี น้องสาม จงทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ความรักที่เจ้าได้รับมันมากเพียงพอแล้ว”
ไท่จื่อส่งเสียงเย็นชา นัยน์ตาเย็นยะเยือก
ตอนนี้เขาเสียใจเหลือเกิน เหตุใดเมื่อตอนเยาว์วัยเขาจึงฟังเพียงคำของหมู่เฟย เขาควรกำจัดเสี้ยนหนามไปตั้งแต่ตอนนั้น วันนี้เขาคงไม่ต้องเสียใจภายหลังเช่นนี้
“คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรไป!”
“หวู่เอ๋อร์ หวู่เอ๋อร์เป็นอะไรไป!”
ท่ามกลางความเงียบสงบ อยู่ๆ เสียงแผดร้องก็ดังขึ้นที่ด้านข้างของฮองเฮา
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปด้วยท่าทางสงบนิ่ง ทว่านางกลับได้เ