่องจิ่นหยุน ภายในมีผ้าซับสีแดง ด้านบนผ้าคือหยกหยางจื่อหยู
แม้ราคาจะไม่แพงมาก แต่กลับมีลักษณะโดดเด่น พระสนมเต๋อเฟยยิ้มแล้วพยักหน้าลง ก่อนจะสั่งให้เจียงหรูฉินนั่งลงข้างกายตนเอง
“ก็แค่หยกมิใช่หรือ? มีดีแค่ไหนกันเชียว”
หลินเมิ้งหวู่นั่งข้างกายมารดาของตนเอง สีหน้าไม่เป็นมิตรนัก
ซ่างกวนฉิงถูกนางบังคับให้มาด้วย นางเพียงแต่แสร้งอวยพรตามมารยาท
ดังนั้นเมื่อเทียบกับเจียงหรูฉินแล้ว นางจึงด้อยค่ากว่าหนึ่งเท่า
สายตาพลันเหลือบมองขวากหนามขนาดใหญ่ข้างกายพระสนมเต๋อเฟย ในใจพลันอยากกำจัดเจียงหรูฉินคนนั้นให้พ้นทาง หลินเมิ้งหวู่โมโหแทบขาดใจ
“อย่าร้อนใจไป ให้พวกนางได้มีความสุขสักเล็กน้อยก่อนเถิด เจ้าน่ะ เก็บอารมณ์ไม่เคยอยู่เลยจริงๆ”
ซ่างกวนฉิงยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องมองครอบครัวที่กำลังอบอุ่นตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
ตอนเช้า คนในวังมาส่งข่าวว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด งานเลี้ยงฉลองของพระสนมเต๋อเฟยจะไม่ใช่งานรื่นเริงอีกต่อไป
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองสายตาของซ่างกวนฉิง ดูท่า ฮองเฮาเหนียงเหนียงคงคิดจะลงมือทำร้ายนางจริงๆ สินะ
มือเล็กกำเข้าหากันแน่น หวังว่านางจะสามารถก้าวผ่านมรสุมในคราวนี้ได้!
“ฮองเฮาเสด็จ…ไท่จื่อเสด็จ…”
เสียงร้องของขันทีดังขึ้น ทุกคนรีบหยุดงานทุกอย่างในมือ ก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้น
หลินเมิ้งหยาพยุงพระสนมเต๋อเฟยเพื่อทำการถวายคำนับพร้อมกัน ห้องโถงที่เคยครึกครื้นเงียบลงในบัดดล
ฮองเฮาสวมใส่ชุ