ยคำนับหมู่เฟย หลายวันมานี้อาการป่วยของหมู่เฟยเป็นเช่นไรบ้างเพคะ?”
ภายในตำหนัก พระสนมเต๋อเฟยดูมีกำลังขึ้นมาก
“เจ้ามานี่สิ เปิ่นกงรู้ว่าช่วงนี้เจ้าต้องลำบากมากในการจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิด” เมื่อได้พูดกับหลินเมิ้งหยา พระสนมเต๋อเฟยหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“หามิได้เพคะ หมู่เฟยมีความสุข จวนอวี้แห่งนี้จึงมีแต่ความโชคดีเพคะ”
หลินเมิ้งหยาลอบสังเกต หากเทียบกับหมู่เฟยที่มีท่าทางฉุนเฉียวในวันนั้น หมู่เฟยในวันนี้อ่อนโยนและแสดงออกถึงความรักความเอ็นดูกว่ามาก
แม้จะยังเจ็บป่วยจนผู้อื่นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทรมานใจ ทว่าคนที่จะเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ได้มีไม่มากเลย
“ปากของเจ้าหวานเสียจริง จริงสิ เปิ่นกงตามเจ้ามาก็เพื่อถามไถ่ว่าเจ้าเตรียมรายชื่อแขกทั้งหมดเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาสั่งให้ป๋ายจีนำไปถวาย หากไม่ใช่เพราะการชี้แนะของน้าจิ่นเยว่ เกรงว่านางคงทำไม่เสร็จ
“เขียนเสร็จแล้วเพคะ หม่อมฉันรู้ว่าหมู่เฟยไม่ชอบความฟุ่มเฟือย ดังนั้นจึงเชิญเพียงคนสนิทเท่านั้น มีฝั่งทางบ้านของท่านอาคนโต ท่านอารอง บ้านของท่านป้าและท่านน้า ส่วนแขกคนอื่นๆ หม่อมฉันอายุยังน้อย ดังนั้นจึงยังรอความเห็นชอบจากหมู่เฟยเพคะ”
พระสนมเต๋อเฟยก้มลงมองรายชื่อ สีหน้าพึงพอใจ
“เด็กคนนี้ แม้เจ้าจะอายุยังน้อย แต่กลับจัดแจงทุกอย่างได้เป็นอย่างดี เปิ่นกงไม่มีอะไรจะถามแล้ว เจ้าตามเปิ่นกงมานี่สิ มาลองชุดเป็นเพื่อนเปิ่นกงเถิด”
พระสนมเต๋อเฟยหมุนตัวกลับเข