้าไปในห้อง หลินเมิ้งหยารู้ได้ทันทีว่าพระนางยังมีเรื่องถามตนเอง
มือทั้งสองข้างสอดเข้าไปในเสื้อ ก่อนจะตามพระสนมเต๋อเฟยเข้าไป
“เปิ่นกงได้ยินมาว่าเกิดเรื่องขึ้นกับพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมที่เจ้าได้รับมาอย่างนั้นหรือ?”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้า เกรงว่าพระสนมเต๋อเฟยจะรู้เรื่องพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมอยู่ก่อนแล้ว
พระสนมเต๋อเฟยถอนหายใจ จ้องมองหลินเมิ้งหยาด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
“เปิ่นกงเคยบอกเจ้าแล้วว่าหากเจ้าไม่แน่ใจ อย่าได้รับสิ่งใดมาจากฮองเฮา แต่เจ้ากลับเก็บสิ่งของเจ้าปัญหานั้นเอาไว้”
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้ว เหตุใดวันนี้พระสนมเต๋อเฟยจึงโกรธเกรี้ยวนางเล่า
ปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ล้วนมีปัญหาที่ยากจะเอื้อนเอ่ย นางพอจะเข้าใจได้ ดังนั้นนางจึงทำเพียงน้อมรับความผิดเท่านั้น
“หม่อมฉันพลาดเองเพคะ หมู่เฟยได้โปรดวางพระทัย หม่อมฉันจะหาทางแก้ไขให้ได้”
“มันต้องเป็นเช่นนั้น หากเจ้าทำให้อวี้เอ๋อร์ต้องมีปัญหา อย่าหาว่าเปิ่นกงไม่เตือนเจ้าก็แล้วกัน”
น้ำเสียงของพระสนมเต๋อเฟยเย็นชา ราวกับเป็นคนละคนกัน
หลินเมิ้งหยาเดินกลับออกมาด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ภายนอกยังเผยให้เห็นถึงความอ่อนโยนและอ่อนน้อมถ่อมตน
“เกิดอะไรขึ้นเพคะพระชายา?”
เมื่อกลับมาถึงตำหนัก มีเพียงป๋ายจีเท่านั้นที่มองเห็นขนคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนเผยให้เห็นความเศร้าหมองของหลินเมิ้งหยา
“ไม่มีอะไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย จริงสิ เจ้าไปตามป๋ายจื่อมาหาข้