งจะพูดไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ถึงอย่างนั้นก็อดที่จะอิจฉาหลงเทียนอวี้ไม่ได้
เหตุใดเขาจึงโชคดีขนาดนี้กันนะ?
“พระชายา ฮูหยินหลินและคุณหนูรองมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
ผอจื่อที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกนำบัตรอวยพรจากสกุลหลินมาส่งมอบให้
หลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็น สุดท้ายสองแม่ลูกที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายก็มาที่นี่สินะ
“ในเมื่อมาแล้วก็เชิญเข้ามาเถิด ให้จัดสรรตามธรรมเนียมของแขกหญิง ไม่ต้องมาหาข้า”
หลินเมิ้งหยาไม่แม้แต่จะมองบัตรอวยพรใบนั้นแล้วโยนทิ้งไป
ผอจื่ออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ดูท่าคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลินจะไม่ถูกกับแม่เลี้ยงสินะ
“พวกเจ้าคอยดูแลให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวายอันใดขึ้น ข้าจะไปเชิญท่านอ๋อง”
ผอจื่อที่มีความสามารถหลายคนพยักหน้าลงแล้วรีบเข้าไปทำงานของตนเอง
หลินเมิ้งหยาพาป๋ายจื่อไปพบหลงเทียนอวี้
คิดไม่ถึงเลยว่ายังไม่ทันที่เท้าจะถึงหน้าประตู นางจะได้ยินเสียงหวานใสออดอ้อนดังออกมาจากภายใน
“ท่านพี่อวี้ ท่านไม่ได้มาหาหรูฉินนานแล้วนะเพคะ หรูฉินคิดถึงท่านเหลือเกิน”
พี่? หลินเมิ้งหยาหยุดฝีเท้ากะทันหัน หวังว่าจะไม่ใช่พี่น้องที่สลักชื่อร่วมสาบานลงบนก้อนหินหรอกนะ
ไม่เช่นนั้น หากมีเรื่องเพื่อนสมัยเด็กเติบโตมาด้วยกันจนก่อเกิดเป็นความรัก นางคงจะกลายเป็นมือที่สามใช่หรือไม่?
“หรูฉิน นี่หาใช่ที่ที่เจ้าควรมา” คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะได้ยินเสียงหมดความอดทนจากปากของหลงเทียนอวี้
เอ๋? นี่ท่านอ๋องของนางมิ