้ พ่อบ้านเติ้งยืนคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น สายตาจับจ้องมองทางผิวน้ำที่ยังคงสะท้อนแสง
“อืม ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เวลานี้แล้วแท้ๆ เหตุใดหมู่เฟย…
เมื่อหลงเทียนอวี้กลับไปถึงตำหนักหยาเสวียนของพระสนมเต๋อเฟย เขาได้เห็นเจียงเฉิงยืนอยู่ข้างกายของพระสนมเต๋อเฟยแล้ว
เพราะเหตุนี้หมู่เฟยจึงรีบร้อนตามหาเขา ที่แท้เจ้าเด็กคนนี้ปากยื่นปากยาวเล่าเรื่องให้หมู่เฟยฟังแล้วสินะ
“หมู่เฟย ท่านตามหาข้าเพราะมีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
คิ้วของพระสนมเต๋อเฟยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สายตามองทางเจียงเฉิง ก่อนจะหันไปมองทางใบหน้าเย็นชาดุจหิมะของลูกชาย นางมิรู้ว่าควรพูดเช่นไร
“หยาเอ๋อร์ล่ะ? เหตุใดจึงไม่มากับเจ้าด้วย?”
หลงเทียนอวี้หลุบตาต่ำ รีบเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าพระสนมเต๋อเฟยแล้วตอบ “พระชายาบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่าหมู่เฟยมีเรื่องอะไรจะรับสั่งอย่างนั้นหรือ?”
“ยังจะหลอกข้าอีกอย่างนั้นหรือ? จิ้งเยว่ไปสืบข่าวมาแล้ว พระชายาองค์นั้นของเจ้าหายตัวไป เจ้าจะปิดบังข้าไปจนถึงเมื่อไร!”
มือที่นิ้วสวมใส่ปลอกนิ้วสีทองฟาดลงบนโต๊ะ
เด็กคนนี้มีนิสัยดื้อรั้นมาตั้งแต่เด็ก
คิดไม่ถึงเลยว่าเกิดเรื่องใหญ่โตที่ตำหนักมากถึงขนาดนี้แล้ว แต่เขากลับไม่คิดจะเข้ามาปรึกษานางเลยแม้แต่น้อย
“หมู่เฟยอย่าขุ่นเคืองพระทัยเลย เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก หากหมู่เฟยรู้เข้าจะต้องเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ หากเป็นเช่นนั้นเอ๋อร์เฉินคงมิอาจทนมองได้”
เมื่อได้ยินลูกชายพูดเช่