างไรเล่า?”
หลินเมิ้งหยามั่นใจ แม้กลิ่นกายของเขาจะถูกกลิ่นของเครื่องหอมกลบปิดเอาไว้
ทว่าเรดาร์ในการตรวจหายาพิษกลับเผยรายชื่อพิษเหล่านั้นออกมา ดังนั้นเขาจึงไม่อาจหนีตาวิเศษของนางพ้น
“เรื่องนั้น…” เอ่ยได้เพียงคำเดียว ความทรงจำถาโถมเข้ามาในสมอง แต่ถึงอย่างนั้นชิงหูกลับยังไม่ปักใจเชื่อหลินเมิ้งหยา
ภายในกลุ่มเถาฮวาอู๋มีหมอชื่อดังมากมาย แต่กลับมิมีผู้ใดเอ่ยว่าเขาโดนยาพิษเลยแม้แต่คนเดียว
“เจ้าไม่เชื่อข้าก็ไม่เป็นไร แต่ข้าจะบอกอะไรเจ้าก็ได้ กลิ่นกายบนตัวเจ้าและเครื่องหอมที่เจ้าใช้ล้วนเป็นยาพิษร้ายแรงและหายาก”
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองถุงเครื่องหอมบนเอวของเขา ก่อนจะแสดงสีหน้ามั่นอกมั่นใจต่อหน้าชิงหู
“ดอกไม้ที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องหอมมิได้มีพิษแต่อย่างใด แต่เมื่อผสมกับกลิ่นกายของเจ้า เจ้าจะเสพติดมันโดยไม่รู้ตัว หากเจ้าอยู่ห่างจากถุงเครื่องหอมแล้วละก็ ร่างกายของเจ้าจะไร้เรี่ยวแรง แม้จะลุกก็ลุกไม่ขึ้น”
ดังนั้น วันที่อยู่ที่หยาหาง เขาจึงถูกนางจับกุมตัว
สิ่งที่เด็กคนนี้พูด…ถูกต้องทั้งหมด!
ขณะเดียวกัน ภาพความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมาปรากฏขึ้นในใจของชิงหู
สีหน้าตกตะลึงค่อยๆ เลือนหายไป ดวงตาคู่นั้นเจือไว้ซึ่งความอ่อนโยนขณะจ้องมองหลินเมิ้งหยา
“บอกข้ามาสิเจ้าเด็กน้อย หากข้าต้องการให้เจ้ารักษาข้า เจ้าต้องการสิ่งใดตอบแทน?”
เขาไม่อาจทานทนต่อชีวิตที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์หรือสัมภเวสีได้อีกต่อไปแล้ว อีกอย่างขอเพียงเขา