หลุดจากร่างกายเช่นนี้ได้ คนผู้นั้นจะไม่มีวันควบคุมเขาได้อีกต่อไป!
“ไม่เอา!” หลินเมิ้งหยาปฏิเสธเสียงแข็ง นางแสดงท่าทีประหนึ่งหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก1
“เจ้าจะวางยาให้ข้ากลายเป็นคนโง่เขลาสติฟั่นเฟือน จากนั้นทำให้ข้าเป็นใบ้ สุดท้ายหักแขนหักขาข้าไปเลยก็ได้ เฮ้อ แต่อย่าคิดทรมานข้าเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากข้าจำชื่อยาผสมปนเปกันขึ้นมา สภาพของเจ้าจะไม่ได้ดีอย่างเช่นตอนนี้แน่นอน!”
หลินเมิ้งหยาหัวเราะ จากนั้นยืนสงบนิ่ง
หากจะมีใครสักคนบนโลกใบนี้สามารถทำให้ชิงหูยอมจำนนได้ เด็กคนนี้คือคนคนนั้น
“เด็กน้อย พวกเรามาคุยกันสักเล็กน้อยดีหรือไม่?” นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่ชิงหูยอมโอนอ่อนต่อใครสักคน ท่าทีอ่อนโยนราวกับกำลังร้องขอการให้อภัย
“ไม่ต้องคุยหรอก มาสิ พวกเจ้าไม่ต้องป้อนหรอก ข้าจะดื่มเอง” หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยวและองอาจผึ่งผาย โดยไม่ไว้หน้าชิงหูเลยแม้แต่น้อย
“ไอ้หยา ดูเจ้าสิ ยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่อารมณ์กลับไม่เล็กตาม ข้าก็แค่ล้อเจ้าเล่นแต่เพียงเท่านั้น เหยียผิดไปแล้ว เหยียจะชดใช้ให้เจ้าดีหรือไม่?”
ชิงหูเอาอกเอาใจหญิงสาวตรงหน้า ความประหลาดใจยิ่งก่อตัวมากขึ้น สกุลหลินสั่งสอนลูกสาวอย่างไรกันนะ
ทั้งที่เขาถูกกล่าวขานว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กตรงหน้าจะเอาชนะเขาได้
“ได้ ข้าสัญญาว่าจะรักษาอาการให้กับเจ้า แต่เจ้าจะเอาอะไรมาแลกกันเล่า?” หลินเมิ้งหยานั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือ2 บน