เก้าอี้มีพรมขนจิ้งจอกวางเอาไว้ ดังนั้นสัมผัสจึงนุ่มนิ่มและอบอุ่น
“ข้าไม่ป้อนยาเจ้าแล้วดีหรือไม่? เจ้าต้องการอะไร ข้าจะให้” ลูกตาของชิงหูกลอกกลิ้งไปมา ใบหน้ายิ้มแย้มอบอุ่นไร้ซึ่งพิษภัย
หลินเมิ้งหยาจ้องตาเขา พวกเขาต่อล้อต่อเถียงกันมาได้พักใหญ่แล้ว หากยังเป็นเช่นนี้อยู่ ดูท่าแม้จะเจรจาต่อรองกันทั้งคืนก็คงไม่จบไม่สิ้น
นางครุ่นคิด กระดิกนิ้วเรียกชิงหูมาใกล้ๆ
กระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างใบหู สีหน้าของชิงหูเปลี่ยนไปจนมิอาจคาดเดา สุดท้ายดวงตาของหลินเมิ้งสะท้อนภาพใบหน้าที่กำลังพยักลงเล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจนักของชิงหู
“เจ้านี่นะ ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง ได้ ข้ายอมเจ้าแล้ว แต่เจ้าทำให้ข้าดีขึ้นก่อนสักเล็กน้อยสิ”
นิ้วเรียวยาวเคาะเข้าที่กะโหลกหน้าผากของหลินเมิ้งหยา
ชิงหูประหลาดใจเหลือเกิน สมองของเด็กคนนี้กำลังปกปิดความเจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกน้อยอยู่ใช่หรือไม่
“อันที่จริงการถอนพิษนั้นไม่ยาก แต่จะต้องเสียเวลาในการหาหยูกยา ข้าจะเขียนให้เจ้า เจ้าเรียกคนมาบันทึกก็พอ” หลินเมิ้งหยาเลิกเล่นตัว หยิบกระดาษขึ้นมากางออก จากนั้นขีดๆ เขียนๆ ลงไป
“นี่…นี่คือสิ่งที่จะทำให้เหยียไม่ต้องพึ่งเครื่องหอมเช่นนั้นหรือ?” ชิงหูอ้าปากค้างจ้องมองรายชื่อยาในมือ ก่อนจะแสดงสีหน้าสงสัย
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงด้วยสีหน้าใสซื่อ
“ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองดู หากเจ้าเชื่อถือไม่ได้ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าเหยียใจร้ายก็แล้วกัน! ชิงหลวน ฮั่วเฟิ่ง พา