นางมิต่างอะไรจากงูพิษ
พ่นพิษร้ายบนดอกไม้ที่เบ่งบาน แต่ถึงกระนั้นก็มิปล่อยให้ผู้ใดเข้ามาย่ำกรายภายในอาณาเขตของตนเอง
บนโลกแห่งความวุ่นวาย มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะปกป้องคนสำคัญของตัวเองได้
นางมิใส่ใจคำพูดว่ากล่าวจากผู้ใด ขอเพียงนางยังสามารถมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยวิธีไหนก็จะทำ
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยรับทราบ”
พ่อบ้านเติ้งมิรู้ว่าเจียงเฉิงมีความผิดปกติอันใด แต่น่าเสียดายที่สถานะเขาเป็นถึง…
“ท่านพี่ พระชายานางนั้นของท่านหยิ่งยโสโอหังยิ่งนัก แม้แต่ข้าก็ถูกนางกำราบ” ความมิพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงเฉิงขณะเดินเข้าไปในห้องอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าเข้าไปในคุกลับ” หลงเทียนอวี้กลับไม่สนใจ เขาจ้องมองคำสารภาพเกี่ยวกับกลุ่มเถาฮวาอู๋ คิ้วค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน
เถาฮวาอู๋เป็นกลุ่มนักลอบสังหารลึกลับ หลายปีมานี้ขึ้นแท่นเป็นกลุ่มที่มีอำนาจสูงสุดในเจียงหู แต่เพราะเหตุใดจึงคิดจะต่อกรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นหลินเมิ้งหยา?
“ท่านไม่รู้หรอกว่านางทรมานเพื่อเค้นความลับจากผู้ว่าการคนนั้นเช่นไร นางไร้ซึ่งอุปนิสัยใจดั่งเช่นสตรีนางอื่น ผู้หญิงที่ใจดำอำมหิตเช่นนี้จะดูแลพระตำหนักแห่งนี้ได้อย่างไร? นางจะปรนนิบัติรับใช้ท่านป้าได้หรือ?”
เมื่อลองหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ แผ่นหลังของเจียงเฉิงมีเหงื่อผุดประปราย
หากใครทำให้ผู้หญิงคนนั้นผิดใจเข้า เกรงว่าจะต้องเจอเข้ากับฝันร้าย