ีอุ้มตัวขึ้นแล้วย่องเบาออกไปจากจวนอวี้
กลิ่นเลือดเตะเข้ามาที่จมูก ดูเหมือนว่าองครักษ์รักษาเวรยามของท่านอ๋องจะถูกกำจัดเสียแล้ว
นางแอบหยิบปิ่นปักผมของตนเองออกมาเจาะรูเล็กๆ บนกระสอบ
ความมืดมีมากกว่าความสว่าง นางสามารถมองเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ไกลๆ แต่มิอาจระบุตำแหน่งของตนเองได้
ผู้ไม่หวังดีสองสามคนวางตัวนางลงบนรถม้า หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามก็มาถึงที่หมาย
ได้ยินเสียงคลื่นไกลๆ อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้ได้ทันทีว่าตนเองอยู่ที่ไหน
“นายน้อย พาพระชายาอวี้มาแล้วขอรับ!”
บิงโก! ที่นี่คือที่รังของเถาฮวาอู๋!
“อืม พวกเจ้าออกไปได้ ทิ้งเด็กคนนี้เอาไว้ที่นี่” เสียงอ่อนโยนดังขึ้น หลินเมิ้งหยาอดที่จะรู้สึกอยากอาเจียนไม่ได้
ทั้งที่อายุห้าสิบกว่าแล้วแท้ๆ แต่ยังมีใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็ก น่าขายหน้าชะมัด!
สองคนนั้นถอดถุงกระสอบออกจากตัวนาง “ตุ้บ” เสียงร่างของหลินเมิ้งหยาร่วงลงบนพื้น
“ปลุกเด็กคนนี้ให้ตื่น” ทันทีที่สิ้นเสียง จมูกของหลินเมิ้งหยาได้กลิ่นเหม็นเน่า
ขณะเดียวกัน สติกลับมาแจ่มชัดเสียยิ่งกว่าตอนกินกระทิงแดงผสมกาแฟ
“แค่ก แค่ก แค่ก นี่มันคืออะไรกัน เหม็นจะตายอยู่แล้ว!” หลินเมิ้งหยาแสร้งตื่นขึ้น ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วกระโดดหลบไปที่มุมหนึ่ง
ยังไม่เคยเห็นใครตื่นได้อย่างรวดเร็วและมีกำลังวังชาเช่นนี้หลังจากสลบไปเพราะธูปหมีเซียงมาก่อน ทั้งนายน้อยและอีกสองคนต่างพากันชะงักขณะมองทางหลินเมิ้งหยา
“โอ้ ดูเหมือนร