ืนก็ตื่นขึ้นและเร่งรุดเข้ามาดับไฟ
แต่ที่น่าแปลกก็คือประตูใหญ่ของที่ว่าการหยาเมินกลับปิดสนิท แม้พวกเขาจะร้องตะโกนจนคอแห้งก็ไม่มีผู้ใดมาเปิดประตู
เศษผ้าชุบน้ำที่ถูกยัดเข้าไปในรูเริ่มถูกไฟไหม้
ควันเล็ดลอดเข้ามาภายใน อุณหภูมิบริเวณรอบๆ สูงมากขึ้น หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าคอของตนเองเริ่มแสบร้อน
คิดไม่ถึงเลยว่าแผนจับเต่าในไหของนางจะย้อนกลับมาทำลายชีวิตตนเองเช่นนี้
นี่นาง…จะตายอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ?
ชายทั้งสี่ค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาประกบกายของหลินเมิ้งหยาเอาไว้
ควันและอุณหภูมิที่ร้อนมากขึ้นทำให้สติของหลินเมิ้งหยาเลือนราง พื้นที่เคยเปียกชื้นกลับร้อนฉ่าขึ้นมา
ประตูห้องหินไม่อาจทานทนต่อความร้อนที่กำลังโหมกระหน่ำ สุดท้ายจึงยุบตัวลง
เปลวไฟสีแดงฉานจึงพวยพุ่งเข้ามาภายในห้องหิน
หลินเมิ้งหยาหัวเราะขมขื่น สุดท้ายนางก็ต้องหมดลมหายใจที่นี่
ไม่อยาก…จะยอมรับเลยจริงๆ!
ความร้อนและควันไฟถาโถมเข้ามาหาหลินเมิ้งหยา สติของนางหลุดลอย ท่ามกลางความเลือนราง นางรู้สึกเสมือนตนเองได้กลับไปยังภพชาติที่แล้ว
ที่แห่งนั้นคือห้องทดลอง ทว่านางกลับนอนหลับตาแน่นิ่งอยู่บนเตียง ไม่ว่าหมอคนไหนต่างก็ไม่อาจช่วยชีวิตนางกลับมาได้
นางได้เห็นอาจารย์ ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เหล่านักเรียนต่างรู้สึกสิ้นหวัง จากนั้นร่างของนางก็ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว
ที่แท้ นางได้ตายไปจากภพชาตินี้แล้วจริงๆ
ตายไปพร้อมกับความเหงาและโดดเดี่ยว
ราวกับว่าความทรง