บมารับข้าจะดีกว่า”
หลินขุยครุ่นคิด ก่อนจะพาองครักษ์กลับไปยังจวน
ภายในห้องสอบสวนที่แออัดเมื่อครู่ บัดนี้เหลือเพียงห้าหกคนเท่านั้น
หลินเมิ้งหยายังคงนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ ทว่าดวงตากลับเผยให้เห็นถึงความกระวนกระวาย
“พระชายา ดูเหมือนด้านนอกจะมีคนมา หรือว่าพวกหลินขุย…”
พ่อบ้านเติ้งได้ยินเสียงฝีเท้า เขาคิดจะไปเปิดประตู ทว่าถูกหลินเมิ้งหยารั้งเอาไว้
นางส่งสัญญาณมือ ก่อนจะปีนขึ้นไปบนเก้าอี้แล้วหรี่ตามองลอดผ่านรูเพื่อดูเหตุการณ์ทางด้านนอก
บนทางเดิน ผู้คุมคนหนึ่งเดินถือคบไฟไปทางห้องคุมขังของเด็กหนุ่ม
ซ้ายขวาไร้ซึ่งผู้คน เขาเปิดประตูแล้วพุ่งตัวเข้าไป
ไม่นาน ภายในคุกที่มืดมิด เสียงแผดร้องเพราะความเจ็บปวดทรมานของเด็กหนุ่มดังออกมา มุมปากของหลินเมิ้งหยาเผยให้เห็นรอยยิ้ม
ดูเหมือน…นางจะล่อเสือออกจากถ้ำได้สำเร็จ
“พระชายา ด้านนอกเกิดเหตุอันใดขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
พ่อบ้านเติ้งกดเสียงให้ต่ำลง แม้แต่เขาเองก็รู้ได้ทันทีถึงความผิดปกติจากสีหน้าของพระชายา ดูท่าแล้วด้านนอกจะต้องไม่ใช่พวกหลินขุยอย่างแน่นอน
“อีกเดี๋ยว หากมีใครมา ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด ห้ามส่งเสียงตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น เข้าใจหรือไม่?”
พ่อบ้านเติ้งหยักหน้าลง ขณะเดียวกันหันไปออกคำสั่งกับองครักษ์ที่เหลือ
ผลปรากฏว่าหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง เด็กหนุ่มที่ปล่อยให้ผู้อื่นทำร้ายโดยไม่ตอบโต้เดินออกมาจากห้องขัง
ทว่ารูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ก่อ