่คางก็ถูกตีจนแตก คนที่แต่งกายเป็นหญิงรับใช้อายุน่าจะราวสามสิบกว่าๆ เหตุเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นเขาจึงต้องอดทนกับความเจ็บปวดทรมาน
มุมปากหยักยกขึ้น รอยยิ้มของหลินเมิ้งหยาเปี่ยมไปด้วยความไร้เดียงสา
“ข้า…แค่ต้องการจะฆ่าพวกเจ้าเท่านั้น เอาล่ะ บอกข้าสิว่าใครอยากตายก่อน?”
หลินเมิ้งหยานั่งลงบนเก้าอี้ จ้องมองชายทั้งสอง ท่าทางของนางเสมือนหมาป่ากำลังมองดูลูกแกะที่กำลังจะถูกเชือด
“เจ้า” หลินเมิ้งหยาชี้นิ้วไปทางชายวัยกลางคน “หรือว่าเจ้า?” จากนั้นเลื่อนนิ้วไปทางเด็กหนุ่ม สีหน้าเผยให้เห็นความลำบากใจ
“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากคิดให้เปลืองสมอง เริ่มจากเจ้าก็แล้วกัน” หลินเมิ้งหยาชี้นิ้วไปทางชายวัยกลางคน ก่อนจะมีคนลากตัวเขาออกไป
ภายในห้องทรมานจึงเหลือเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น ลูกตากลอกไปมา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
“วางใจเถิด อีกเดี๋ยวก็ถึงตาเจ้าแล้ว บอกมาสิว่าเจ้าอยากตายแบบไหน?” หลินเมิ้งหยาหัวเราะจนตัวงอ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสุขสนุกสนาน ไม่เหมือนกับคนที่กำลังฆ่าผู้อื่นตาย แต่เหมือนคนที่กำลังเลี้ยงข้าวและกล่อมนอนเสียมากกว่า
“โอ้ จริงสิ ข้าลืมไปเลยว่าเจ้าพูดไม่ได้” ปากของเด็กหนุ่มถูกผ้าปิดเอาไว้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เขาไม่อาจพูดหรือแม้แต่กัดลิ้นของตนเองได้
อยู่ๆ กลิ่นหอมของเนื้อย่างจากห้องเผาก็ฟุ้งกระจายออกมา
กลิ่นหอมนั้นคือกลิ่นเนื้อที่กำลังย่างจนสุกหอม ทุกคนที่อยู่ภายในห้องเวลานี้อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“