ได้กลิ่นหรือไม่ มันคือกลิ่นความตายของเพื่อนเจ้าอย่างไรเล่า” หลินเมิ้งหยาลุกขึ้น จากนั้นหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ข้าสั่งให้คนไปหากระดานตะปูมา ด้านล่างโรยถ่านที่ถูกเผาจนร้อนฉ่าเอาไว้ จากนั้นข้าสั่งให้เพื่อนของเจ้ากลิ้งไปกลิ้งมาบนแผ่นไม้นั้น เมื่อใดที่กระดานตะปูเหล่านั้นร้อนจัดจนกลายเป็นสีแดง ข้าจะสั่งให้คนราดน้ำเย็นลงไป จากนั้นอีกสี่ห้าชั่วโมงต่อมา เพื่อนของเจ้าก็จะถูกย่างจนใกล้สุกแล้วตายจากไป ข้าเรียกวิธีทรมานนี้ว่านิพพาน ฟังดูน่าสนใจมากเลยใช่มั้ยล่ะ!”
แม้ห้องทรมานจะน่ากลัว แต่ก็ยังไม่อาจน่ากลัวกว่าน้ำเสียงของหลินเมิ้งหยาเลยแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการฆ่าคนตาย แต่น้ำเสียงของนางประหนึ่งคนกำลังเล่นเกมสนุกๆ อย่างไรอย่างนั้น
เด็กหนุ่มไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้ อีกทั้งยังไม่เคยได้ยินวิธีทรมานเช่นนี้ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองหญิงสาวหน้าตางดงามตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ร่างกายแข็งทื่อราวกับน้ำแข็ง
“หากถึงตาเจ้าแล้วละก็…” หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ราวกับว่ากำลังหาวิธีที่เหมาะสมที่สุด
“เอาไหมล่ะ ลองดูไหม? แต่ว่าข้าจะเปลี่ยนจากถ่านร้อนเป็นก้อนน้ำแข็ง เท่านั้นเจ้าก็จะไม่ตาย แต่จะกลายเป็นของเล่นสนุกๆ เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่?”
หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามไร้เดียงสา กลับเอ่ยประโยคที่ทำให้แม้แต่ชายหนุ่มต่างหวาดกลัว
เด็กหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยอาการตกตะลึง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ