ังคนที่เดินขวักไขว่อยู่ทางด้านนอก
จิ่นเยว่ชงชาให้นางใหม่อีกครั้ง ก่อนจะวางไว้บนที่วางของเล็กๆ
“น้าจิ่นเยว่ไม่กลัวหรือ?” อันที่จริงนางคิดอยากพามาเพียงพ่อบ้านเติ้งคนเดียว ทว่าเมื่อถึงหน้าประตู น้าจิ่นเยว่กลับรั้งนางเอาไว้ คิดไม่ถึงเลยว่านางจะร้องขอตามมาด้วย
“กลัวแน่นอนสิเพคะ” น้าจิ่นเยว่วางกาชาในมือลงอีกฝั่ง สายตาอ่อนโยนแต่แน่วแน่จ้องมองทางหลินเมิ้งหยา “แต่ถ้าพระชายาไม่พาบ่าวหญิงมาเลยสักคนจะเป็นที่ผิดสังเกตเอาได้”
ดูเหมือนว่าดวงตาคู่นั้นจะมองความคิดของตนเองออกหมดแล้ว หรือนางเองก็รู้ถึงแผนการของหลงเทียนอวี้?
หลินเมิ้งหยาหัวเราะ ที่แท้คนในตำหนักนี้ก็ล้วนไม่ใช่คนธรรมดาเลยสินะ
“ขอให้น้าจิ่นเยว่ระมัดระวังตัวให้ดีก็พอ” คำพูดเอ่ยถึงตรงนี้ แม้แต่หลินเมิ้งหยาเองก็ไม่อาจคาดเดาอะไรจากเรื่องที่จะเกิดในวันนี้ได้
“นายหญิง อีกไม่นานก็จะถึงหยาหางแล้วขอรับ” ด้านนอก พ่อบ้านเติ้งเดินทางมาพร้อมกับองครักษ์ หลินเมิ้งหยาไม่อยากเปิดเผยตัวตน ดังนั้นจึงสั่งให้เรียกนางว่านายหญิง
บริเวณด้านข้างของหยาหางคือศาลาว่าการฝูจิ่น
เหตุเพราะเมืองหลวงมีหยาหางเพียงแห่งเดียว อีกทั้งยังดูน่าสนใจ คนเข้าๆ ออกๆ เป็นจำนวนมาก พ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศล้วนมายังที่แห่งนี้
คนคุมบังเหียนยกเก้าอี้เล็กมาวาง องครักษ์ทั้งแปดเข้าคุ้มครองอย่างเข้มงวด
จิ่นเยว่ลงจากรถม้า ไม่นานหลินเมิ้งหยาผู้งดงามก็เดินเข้าไปในหยาหาง
“ไม่รู้ว่าจะมีแขกอันทรงเกีย