ไปยังใจกลางหยาหางซึ่งเป็นจุดที่ใหญ่ที่สุด
เหตุเพราะไม่ชอบทำอะไรเอิกเกริก ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงนั่งเพียงรถม้าเหนี่ยวเฟิงขนาดเล็ก พวกผู้หญิงและหลินจงอวี้นั่งอยู่ภายใน ส่วนพ่อบ้านเติ้งและคนคุมบังเหียนนั่งอยู่ด้านนอก
พามาเพียงองครักษ์สองคน สวมใส่ชุดเหมือนครอบครัวธรรมดาทั่วไป มิได้แตกต่างอันใดจากคนที่ผ่านไปมาเลยแม้แต่น้อย
“พ่อบ้านเติ้ง อีกนานหรือไม่กว่าจะถึงหยาหาง?” ป๋ายจื่อเป็นคนแรกที่ไม่อาจอดทนไหว แหวกผ้าม่าน โผล่ออกไปเพียงศีรษะ ก่อนจะส่งสายตาอิจฉาผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่บนถนนด้านนอก
เมื่อคืนคุณหนูมอบเงินให้นางสิบสองตำลึง นางอยากนำมันไปซื้อของกินเพื่อดับความกระหายเต็มแก่แล้ว
“ใกล้แล้วล่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดเรื่องอันใดขึ้น คนบนถนนจึงขวักไขว่มากมายถึงเพียงนี้ เจ้ารายงานนายหญิงหน่อยว่าอีกเพียงสิบห้านาทีก็จะถึงหยาหางแล้ว” สายตาของพ่อบ้านเติ้งแฝงไว้ซึ่งความฉงน
ปกติแล้วถนนเส้นนี้สามารถวิ่งผ่านได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง เหตุไฉนวันนี้จึง…
คงเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ เพราะการที่พระชายาเสด็จออกจากพระตำหนักก็เป็นการตัดสินใจกะทันหัน ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือกำชับคนคุมบังเหียนให้ขับรถให้นิ่งที่สุด เพื่อที่จะได้พาพระชายาไปยังหยาหางได้อย่างปลอดภัย
“ที่ด้านหน้าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกัน? เหตุใดจึงดูคึกคักถึงเพียงนี้?” หลินเมิ้งหยาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในรถม้า อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายที่ด้านนอก
คิ้วขมวดเ