้มิใช่หรือ?
ทว่าอยู่ๆ เหตุการณ์ตรงหน้าก็เปลี่ยนแปลงขึ้นมากะทันหัน
ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใด อยู่ๆ กลุ่มคนจึงกรูกันเข้ามาทางรถม้าที่หลินเมิ้งหยานั่งอยู่
ทหารองครักษ์ทั้งสองถูกกลุ่มคนพุ่งเข้าใส่จนกระเด็นออกไปไกล ส่วนพ่อบ้านเติ้งและคนคุมบังเหียนพยายามบังคับรถม้าด้วยความยากลำบากเพื่อจอดลงที่ข้างทาง
“เกิดอะไรขึ้น?” หลินเมิ้งหยาแหวกผ้าม่าน โผล่หน้าออกมาเพียงครึ่งเดียว คิ้วขมวดเข้าหากัน สีหน้าเผยให้เห็นความสงสัย
“ข้าน้อยไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ พระชายาโปรดอยู่ที่นี่ก่อน อย่าขยับไปไหนนะพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะไปตรวจสอบสักเล็กน้อย คุ้มครองพระชายาให้ดี” ใบหน้าของพ่อบ้านเติ้งเปี่ยมไปด้วยความสงสัย เพียงพริบตาเดียวคนกลุ่มนั้นก็พากันหายไป
คนคุมบังเหียนรับคำสั่งและเข้าไปคุ้มครองบริเวณประตูรถม้า
หลินเมิ้งหยากลับลงไปนั่ง ทว่ายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง
“พวกเจ้า อีกเดี๋ยวไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นก็ห้ามออกห่างจากตัวข้าเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?” ไม่สิ หากมาเพียงเพื่อดูการแสดง แล้วเหตุใดคนที่กำลังดูการแสดงสนุกๆ อยู่จึงพุ่งตรงมายังรถม้าของนางกัน?
หรือเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอกกันแน่?
ไม่นาน เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านนอกรถม้า
“ไอ้คนหลอกลวงให้แต่งงานอยู่ในรถม้าคันนั้น! ข้าหาเจอแล้ว! อยู่ที่นี่!” เพียงได้ฟังก็รู้สึกว่าเสียงนั้นแหบแห้งเล็กน้อย แต่เป็นเสียงของผู้ชายอย่างแน่นอน
หลินเมิ้งหยาแหวกผ้าม่านออก ทว่านางกลับได้เห็นกลุ่