มคนพุ่งตัวเข้ามาทางรถม้าของนาง
อีกทั้งพวกเขายังมีท่าทางขุ่นเคือง ชายร่างกำยำสิบกว่าคนในมือถือมีดถือปืน สายตาอาฆาตมาดร้าย เพียงได้เห็นก็รู้ว่าไม่อาจจัดการได้ง่ายๆ
“บังอาจนัก นี่เป็นรถม้าของท่านอ๋อง พวกเขากล้าเข้ามายุ่งย่ามอย่างนั้นหรือ?” น้าจิ่นเยว่ที่ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้มาก่อนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ราวกับว่าต้องการกำราบพวกเขา
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับจับตัวน้าจิ่นเยว่เอาไว้
คนกลุ่มนั้น…ผิดปกติ!
“เร็วเข้า พวกเราต้องลงจากรถม้า!” ยังไม่ทันจะได้คิดอะไร หลินเมิ้งหยาก็รีบดันตัวอีกสามคนลงไป
คนคุมบังเหียนไม่อาจรับมือกับคนเหล่านั้นได้ เขาทำได้เพียงถือแส้เอาไว้และคอยคุ้มกันคนทั้งสี่อยู่ทางด้านหน้า พร้อมทั้งพาพวกเขาหลบอยู่ในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง
เพียงพริบตาเดียว เหล่าชายฉกรรจ์ที่มาพร้อมมีดและปืนก็พุ่งตัวมาถึงรถม้า ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร รถม้าก็ถูกทุบถูกรื้อ
รถม้าที่เคยสวยงามสมบูรณ์กลับพังทลายลงเพียงชั่วพริบตา
ป๋ายจื่อ หลินจงอวี้และน้าจิ่นเยว่อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจด้วยความตื่นตระหนก
หากไม่ใช่เพราะหลินเมิ้งหยาพาพวกเขาทั้งสี่ออกมาจากรถม้าได้ทัน เกรงว่าจุดจบของพวกเขาจะไม่ได้ต่างอะไรกับรถม้าเลย
หลินเมิ้งหยาเริ่มครุ่นคิดอย่างละเอียด เหตุใดคนกลุ่มนี้จึงเข้ามาทำลายรถม้าของนาง?
อีกทั้งเมื่อครู่ยังแผดเสียงร้อง…
“ไม่มีใครอยู่ที่นี่ จะต้องหนีไปแล้วอย่างแน่นอน พี่น้องทั้งหลาย สกุลตงลั่นวาจาเอาไว้แล้ว