ว่าจะต้องจับตัวไอ้บ้านั่นเอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม!”
พังรถม้าแต่กลับไม่เจอใคร พวกเขาจึงกลับไปยังถนนสายเดิม
พวกกลุ่มคนเหล่านั้นแอบหยิบชิ้นส่วนที่แตกกระจายของรถม้าไปด้วย แม้แต่สัญลักษณ์ของรถม้าก็พากันหยิบติดไม้ติดมือไป ไม่นานในซอยแคบๆ แห่งนี้ก็เงียบสงบลง
“ออกมากันได้แล้ว คนพวกนั้นน่าจะเดินไปไกลแล้วล่ะ” หลินเมิ้งหยาออกมาดูเหตุการณ์ ผลปรากฏว่าไม่เห็นเงาของคนเหล่านั้นแล้ว
การออกจากบ้านในคราวนี้เป็นการตัดสินใจอย่างกะทันหันของนาง แต่เรื่องนี้กลับสร้างความประหลาดใจให้กับนางเหลือเกิน
“เจ้าไปแจ้งข่าวกับพ่อบ้านเติ้งว่าข้าจะไปรอเขาที่หยาหาง” คนคุมบังเหียนของตำหนักอ๋องอวี้มีวิชาการต่อสู้บ้างเพียงเล็กน้อย หลินเมิ้งหยากลัวว่าพ่อบ้านเติ้งจะไม่รู้ว่าพวกนางได้หลบหนีออกมาแล้ว
ดังนั้นนางจึงสั่งให้คนคุมบังเหียนไปแจ้งข่าว
คนคุมบังเหียนซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าสีดำพยักหน้าลง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากซอยเพื่อออกไปหาพ่อบ้านเติ้ง
“พระชายาเพคะ หากไปที่หยาหางตอนนี้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ถนนสายนี้กำลังวุ่นวาย สู้พวกเราแอบหลบอยู่ในซอยนี้กันก่อนไม่ดีกว่าหรือเพคะ” จิ่นเยว่ที่กำลังมองกลุ่มคนด้านนอกพยายามพูดโน้มน้าว
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับส่ายหน้า อีกฝ่ายมาพร้อมกับอาวุธครบมือ ตอนที่เกิดเรื่องพวกนางไม่อาจออกไปปะปนกับกลุ่มคนได้
ถ้าหากพวกเขาพุ่งเป้ามาที่นางจริง เกรงว่าหากอยู่ที่นี่ต่อไปคงจะไม่ต่างอะไรจากหมูในอวย
“พวกเราไปห