ใด อีกทั้งเขายังเห็นผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น
ตอนนี้หรูเยว่กำลังเปลี่ยนผ้าปูเตียงเป็นผ้าไหมนุ่มนิ่มให้กับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าตนเองถูกดักฟังเข้าให้แล้วอย่างหลินเมิ้งหยา
แสงจันทร์อาบชโลมร่าง หลังจากได้เล่นสนุกเกือบครึ่งคืน หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ถึงพลังในกายที่เพิ่มมากขึ้น
นางพิงขอบหน้าต่าง นิ้วมือยกขึ้นพันม้วนเส้นผมสีดำขลับดั่งขนอีกา ดวงตาจ้องมองพระจันทร์ทรงกลมเต็มดวง อยู่ๆ ก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมา
“คุณหนู นอนไม่หลับหรือเจ้าคะ?” นางยกเก้าอี้ทรงกลมเข้ามา แล้วนั่งลงบริเวณปลายเท้าของหลินเมิ้งหยา ก่อนจะบีบนวดขาเรียวเล็กของนายตนเองด้วยความคุ้นเคย แรงที่ไม่หนักหรือเบาจนเกินไปทำให้ความเมื่อยล้าเริ่มผ่อนคลายลง
“ไม่ใช่หรอก แค่อยู่ๆ ก็เกิดนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาเท่านั้น” หรืออาจจะพูดว่านางกำลังหวนนึกถึงความทรงจำในอดีตของหลินเมิ้งหยาคนก่อน
ตอนที่นางใช้ชีวิตในฐานะซูชิงเกอ นางรู้สึกว่าชีวิตของตนเองช่างน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน
ชีวิตที่ถูกลิขิตให้อยู่บนทางเส้นเดียวทำให้นางกลายเป็นคนเถรตรงดั่งนาฬิกา แม้จะไม่เคยเกิดความผิดพลาด แต่ชีวิตก็ยังคงหมุนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์นั้นเสมอ
เมื่อเทียบกับชีวิตในวัยสิบห้าปีของหลินเมิ้งหยา แม้จะต้องประสบพบเจอกับแผนร้ายและเล่ห์กลมากมาย แต่อย่างน้อยก็ยังมีสีสันกว่ามาก
“คุณหนูกำลังคิดถึงฮูหยินอยู่หรือเปล่าเจ้าคะ?” ดวงตาของหรูเยว่เผยให้เห็นความคิดถึง “แ