ว่าป๋ายจื่อ
นางพยักหน้าลงอย่างแข็งขัน นายท่านเป็นคนมอบชีวิตให้กับนาง นับตั้งแต่ตอนที่นางอายุได้ห้าขวบ หลินเมิ้งหยาก็กลายเป็นเจ้านายของนางไปตลอดชีวิตแล้ว
แม้สมองของนางจะมิได้ฉลาดเฉลียว แต่นางฟังทุกเรื่องที่ออกจากปากของคุณหนูได้อย่างถูกต้อง
ดีจริงๆ ตอนนี้คุณหนูกลายเป็นคนฉลาดแล้ว ต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครรังแกพวกนางสองนายบ่าวได้อย่างง่ายดายอีก
เส้นทางนี้ลำบากยากเข็ญนัก นางไม่อาจรับปากได้เลยว่านางจะสามารถยิ้มได้จนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายหรือไม่
แต่คนที่เคยกลั่นแกล้งรังแกนางเหล่านั้น นางจะทำให้พวกเขาได้พบเจอกับฝันร้ายจนไม่อาจลืมเลือน!
ภายในห้องชั้นในของตำหนักหยาเสวียน พระสนมเต๋อเฟยที่หวีผมเสร็จเรียบร้อยแล้วทรุดกายนั่งลงบนที่ประทับ
เหตุเพราะที่นี่อยู่ในเขตตำหนักขององค์ชาย ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องสวมใส่ชุดของพระราชวัง
นางสวมเพียงชุดผ้าต่วนสีม่วงเข้ม กระโปรงสีแดงทับทิม ลำคอสวมใส่สร้อยหยกฝังทอง เส้นผมถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยธรรมดา
หลินเมิ้งหยาพาป๋ายจื่อเข้ามาคุกเข่าถวายคำนับแก่พระสนมเต๋อเฟยด้วยท่าทางนอบน้อม
“ลุกขึ้นเถิด เจ้าจะรู้เรื่องเกินไปแล้ว ไยต้องมาถวายคำนับเปิ่นกงทุกวันให้เหนื่อยเช่นนี้ ถวายคำนับเพียงตอนหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำก็เพียงพอแล้ว” แม้พระสนมเต๋อเฟยจะกล่าวเช่นนี้ ทว่าในหัวใจกลับชื่นชมความรู้เรื่องและเคารพเชื่อฟังของลูกสะใภ้เหลือเกิน
หลินเมิ้งหยาจึงลุกขึ้นยืน ก่อนจะส่งยิ้มหวานพลางเข้าไปชงช