าให้พระสนมเต๋อเฟยด้วยตนเอง
เมื่อเทียบกับพระสนมเต๋อเฟยแล้ว หลินเมิ้งหยามีความอ่อนเยาว์และบริสุทธิ์กว่ามาก
เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นสีสันสดใส อย่างเช่นสีเขียวอ่อนที่เปล่งประกาย
เหตุเพราะนางเป็นถึงพระชายาของพระตำหนัก อีกทั้งยังมาถวายคำนับแก่แม่สามี ดังนั้นนางจึงต้องแต่งหน้าให้ครบองค์
เหตุเพราะเลือกสวมใส่กระโปรงบานสีแดงสด ศีรษะจึงประดับปิ่นปักผมดอกโบตั๋น หลินเมิ้งหยาในเวลานี้ดูน่ารักน่าชัง อีกทั้งยังมีความใจกว้างและเป็นกันเอง หลินเมิ้งหยาจึงดูไม่เหมือนลูกสะใภ้ แต่กลับเหมือนคุณหนูประจำพระตำหนักแห่งนี้
“หยาเอ๋อร์ยังเด็กจึงไม่รู้เรื่องเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องการคำชี้แนะจากหมู่เฟยอีกมากมายเลยเพคะ” หลินเมิ้งหยาถกแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะรับขวดลายครามมาจากน้าจิ่นเยว่ จากนั้นหันไปรับถ้วยชาล้างปากของพระสนมเต๋อเฟย
“อีกอย่าง หยาเอ๋อร์มีเรื่องอยากให้หมู่เฟยช่วยตัดสินใจเพคะ”
ร่องรอยความเข้าใจอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นในดวงตาของพระสนมเต๋อเฟย
นางรู้จักลูกชายของตนเองดี ทว่าเพิ่งจะแต่งงานเข้าห้องหอได้เพียงไม่กี่วัน แต่กลับทิ้งสาวน้อยให้นอนเดียวดายอยู่เพียงผู้เดียว
แต่เพราะนี่เป็นความดื้อรั้นของเขา นางเองก็ไม่อาจทำอะไรได้
“เจ้าพูดมาสิว่าจะให้หมู่เฟยตัดสินใจเรื่องอะไร”
“เมื่อวานหม่อมฉันได้รู้เรื่องราวในพระตำหนักจากพ่อบ้านใหญ่มาบ้างแล้ว พระตำหนักแห่งนี้นอกจากบ่าวรับใช้ที่เป็นสาวแก่ก็ไม่มีทาสรับใช้หญิงอื่นใด