มักตัดสินใจอะไรตามใจตนเอง เพราะเหตุนี้นางจึงยังคิดได้ไม่รอบคอบ
อีกทั้งคำพูดของพระสนมเต๋อเฟยยังแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ
ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงพยักหน้าลง หัวใจพลันนึกเคารพนับถือแม่สามีผู้นี้มาก
เมื่อเห็นลูกสะใภ้ยอมรับคำสั่งสอนแต่โดยดี รอยยิ้มจึงปรากฏบนใบหน้าของพระสนมเต๋อเฟย
“นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป จิ่นเยว่จะเข้าไปรับใช้ที่ตำหนักชิงหลาน หากเจ้ามีเรื่องอะไรต้องการให้ช่วยหรือมีสิ่งไหนไม่เข้าใจก็ไถ่ถามเอาจากนางได้ เปิ่นกงไม่พูดให้มากความแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด”
“เพคะ หยาเอ๋อร์ทูลลา”
“เพคะ หม่อมฉันน้อมรับคำสั่ง”
เมื่อออกจากประตูตำหนักหยาเสวียนแล้ว จิ่นเยว่เดินตามหลังหลินเมิ้งหยา แม้จิ่นเยว่จะเป็นผู้อาวุโสกว่า แต่นางยังคงปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเอง
ระหว่างทาง ทุกคนล้วนโค้งคำนับถวายความเคารพแก่หลินเมิ้งหยา ตอนนี้เองที่หลินเมิ้งหยาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าภายในพระตำหนักของท่านอ๋องอวี้แห่งนี้มีข้าทาสบริวารมากมายหลายชีวิตคอยรับใช้
ภายในตำหนักชิงหลาน หลินเมิ้งหยานั่งลงบนตั่งที่นุ่มนิ่ม ฝ่ามือกุมหน้าผาก พลางครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อเช้า
“พระชายากำลังวุ่นวายพระทัยเพราะเรื่องเมื่อเช้าหรือเพคะ?” น้าจิ่นเยว่ที่มีจิตใจดียกผลไม้สดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีด้วยตนเองเข้ามาวางไว้
หลินเมิ้งหยามิได้สนใจสิ่งรอบข้าง นางกำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง ดังนั้นจึงลืมนึกถึงคนอื่นไปเสียสนิท
“น้าจิ่นเยว่ ข้า…ข้าทำผิดไป