“ข้า…ข้าก็แค่….” ตั้งแต่เด็กจนโต หลินเมิ้งหวู่เป็นดั่งไข่ในหินของแม่ตนเองนี่เป็นครั้งแรกที่เจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ปากที่มักจะช่างพูดช่างจาถึงกับอ้าค้าง คำพูดติดขัด“เหตุใดท่านขันทีต้องมีโทสะด้วยเล่า นี่เป็นเรื่องปกติ พวกนางสองพี่น้องมักจะทะเลาะและโวยวายใส่กันอยู่เสมอ นางจึงลืมกฎระเบียบไปชั่วครู่เท่านั้น หวู่เอ๋อร์เอ๋ย รีบขอโทษพี่สาวของเจ้าเสีย” น้ำเสียงของซ่างกวนชิงอ่อนโยน ดวงตาทั้งสองข้างเจือไว้ซึ่งความรักและเอ็นดูราวกับว่าแม่คนนี้ให้ความรักและเอ็นดูลูกสาวของนางจริงๆ ทว่าหลินเมิ้งหวู่กลับกัดฟัน นางไม่คิดที่จะก้มศีรษะลงเลยแม้แต่น้อยก้มหัวให้นังแพศยาคนนั้นน่ะหรือ? ฝันไปเถอะ!สายตาของหลินเมิ้งหวู่วาวโรจน์ไปด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง จนเกือบจะแผดเผาหลินเมิ้งหยาให้มอดไหม้พระชายาอะไรกัน ถ้าจะให้พูดจริงๆ นางก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของฮองเฮาแต่เพียงเท่านั้น“ช่างเถิดเสี่ยวเต๋อจื่อ นางเป็นน้องสาวของข้า ข้าเชื่อว่านางคงลืมกฎระเบียบเพียงชั่วครู่เท่านั้น ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว ท่านอ๋องยังมีงานให้ต้องทำ ท่านแม่ เม่ยเม่ย หย๋าเอ๋อร์คงมิรบกวนพวกท่านแล้ว”เอ่ยเพียงเท่านี้ ก่อนที่หลินเมิ้งหยาจะหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องรับแขกแห่งบ้านสกุลหลิน หลงเทียนหยู๋รีบสาวเท้าเดินตาม บรรดาข้าทาสบริพานเองก็เช่นกันเป็นภาพการเสด็จของเชื้อพระวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ ทว่าหลินเมิ้งหวู่และซ่างกวนชิงทำได้เพียงคุกเข่าส่งผู้สูงศักดิ์ทั