้งสองกลับเท่านั้น“ท่านแม่ ดูนั่นซิเจ้าคะ นั่นนังหรู๋เยว่ข้าทาสประจำเรือนของหลินเมิ้งหยามิใช่หรือ? เหตุใดนางจึงเดินตามขบวนเสด็จไป ข้าจะไปตามนางกลับมา…” หลินเมิ้งหวู่ที่เพิ่งจะลุกขึ้นถูกซ่างกวนชิงรั้งเอาไว้พลางส่ายหน้า ดวงตาทั้งสองข้างเผยให้เห็นเปลวเพลิงแห่งโทสะแค่นหัวเราะเสียงเย็น เมื่อข้าทาสบริวารของตำหนักท่านอ๋องหยู๋ออกไปจนหมดแล้ว ซ่างกวนชิงจึงดึงตัวหลินเมิ้งหวู่ลุกขึ้น“พวกเจ้าออกไปให้หมด ให้แม่นมหลี่อยู่รับใช้ที่นี่แต่เพียงผู้เดียว” บ่าวไพร่ต่างพากันออกจากเรือน ไม่มีใครกล้าอยู่เลยแม้แต่คนเดียวภายในเรือน ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าบ้านและแม่นมสามคนเท่านั้น ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเลือนหายไป สีหน้าของซ่างกวนชิงในเวลานี้มีเพียงความเกลียดชัง“เพล้ง….” เสียงดังขึ้น แจกันแก้วบนโต๊ะที่หลินเมิ้งหวู่ถืออยู่ในมือแหลกละเอียด“ท่านแม่ หวู่เอ๋อร์ยังไม่เข้าใจ เหตุใดท่านแม่ต้องแสดงกิริยานอบน้อมต่อหน้านังแพศยาด้วย! นางเป็นเพียงพระชายาที่ไม่มีอำนาจอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ท่านแม่เป็นถึงน้องสาวของฮองเฮา สถานะของท่านแม่สูงส่งกว่านางมาก แต่วันนี้นางรังแกลูก เหตุใดท่านแม่จึงไม่สั่งสอนนาง!”ความน้อยใจและความอัดอั้นแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตา หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกจากดวงตาคู่สวยของหลินเมิ้งหวู่ ใบหน้าของนางเปียกชื้นราวกับโดนฝนชโลม เสียงร้องไห้ดังลั่นอย่างน่าสงสารแต่ซ่างกวนชิงกลับทำเพียงมองหน้าลูกสาว นัยน์ตาแข็งทื่อ“หวู่เอ๋อร์ รู้