ู้สึกคุ้นเคยและเผยให้เห็นถึงท่าทางรำลึกความหลังเช่นนี้
เดินมาจนถึงศาลาเล็กๆ ในสวน แม้จะมีรอยดำด่างมากมาย ทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่นึกรังเกียจ สายตาพลันเหลือบมองขึ้นไปบนยอดแหลมของศาลา
“ท่านแม่จากไปตั้งแต่หม่อมฉันยังเด็ก ต่อมาท่านพ่อทำตามคำขอของท่านแม่และสร้างเรือนหยาเตียแห่งนี้ขึ้น ส่วนลวดลายผีเสื้อเหล่านั้นเป็นพี่ชายที่วาดขึ้นเองกับมือ ตอนที่หม่อมฉันยังเด็กมักจะโวยวายอยากได้ผีเสื้อ พี่ชายกลัวว่าหม่อมฉันจะเสียใจ ท่านพี่จึงวาดผีเสื้อร้อยตัวไว้ที่ด้านบนศาลาแห่งนี้”
ผีเสื้อเสมือนจริงเหล่านั้นถูกลมแดดลมฝนชะล้างจนเริ่มเลือนราง
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมองมันอย่างตั้งใจ สิ่งเหล่านี้คือความรัก ความเอ็นดูและความรู้สึกอยากปกป้องน้องสาวของพี่ชาย
ความรู้สึกนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาไปได้
บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวสติฟั่นเฟือนอย่างหลินเมิ้งหยายังอยากมีชีวิตอยู่กระมัง
“พี่ชายของเจ้าช่างใส่ใจยิ่งนัก ตอนที่ข้ายังเด็ก พี่ใหญ่ก็มักจะแอบพาข้าออกไปนอกวัง ต่อมาถูกหมู่เฟยจับได้ สุดท้ายพี่ใหญ่ก็คุกเข่าต่อหน้าหมู่เฟยเพื่อขอรับความผิดแทนข้า”
ราวกับว่าหัวใจของหลงเทียนอวี้กำลังสั่นไหว
เขาที่ยืนอยู่ด้านนอกศาลาหวนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่เคยคิดว่าตนเองได้ลืมเลือนไปนานแล้ว
ตอนนั้นพวกเขายังไม่รู้เรื่องการแก่งแย่งชิงบัลลังก์ อีกทั้งยังไม่เข้าใจเรื่องการช่วงชิงอำนาจ
แต่เพราะเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ ฉะนั้นจะมี