ม่สิ กลิ่นอายของหัวใจแห่งดินแดนหายไปแล้ว…”
ชายชราผอมสูงหันมองหอคอยด้วยความงุนงง สายตามีความฉงนและความอึ้งเจือปนอยู่
เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ทั้งให้ทั้งสองตั้งตัวไม่ทัน
การป้องกันของหอคอยไม่ถูกทลาย พวกเขามองข้ามไปจุดหนึ่ง เหตุพลิกผันเกิดขึ้นจากข้างใน…
ท้องฟ้าเริ่มแตกร้าวราวกับกระจกที่ไม่มีแรงค้ำยัน เริ่มแตกแยกแล้วหายไปในอากาศในที่สุด เผยให้เห็นท้องนภาที่ดวงดาวเดียรดาษอันไกลโพ้น
ค่ายกลสีเลือดบนพื้นก็เริ่มหม่นหมองลงไป แสงสว่างค่อยๆ มลายหายไป มีเพียงเสียงของวิญญาณที่กึกก้องไม่หยุดหย่อนเช่นที่ผ่านมา
ตะปูมิติกลายเป็นเส้นสีเลือดโจมตีค่ายกลคุ้มกันหอคอยสีดำ
ร่างแล้วร่างเล่าเหาะออกจากหอคอยสีดำ อันหลิน ทีน่า โคโค่สตีฟ ไมรอนและเสวี่ยจ่านเทียนที่ใช้อาคมคาบฉิน มีอา ทาเบอร์
ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนถูกทีน่ากลืน คล้ายว่าห้วงมายาที่น่ากลัวจะสลายไปเอง ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าทั้งสามที่อยู่ในห้วงมายาก็ค่อยๆ ฟื้นกันทีละคน
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ หลังสอดส่ายสายตามองรอบกายแล้วก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว ด้วยเหตุนี้สีหน้าจึงแตกต่างกันออกไป
“ได้รับการช่วยเหลือแล้วหรือ…ไม่สิ อาจจะไม่ได้ถูกช่วยก็ได้…” ฉิ