ิทธิพลจากบรรยากาศเฉลิมฉลอง มือที่กุมมือสวีเสี่ยวหลานก็แน่นขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ในใจมีแต่ความยินดีและหวานชื่น
…
หอคอยสีดำยังคงตั้งตระหง่านใต้ท้องฟ้าที่เดียรดาษด้วยดวงดารา
นอกหอคอยสูง กิ่งไม้สีดำที่ไม่ทราบชื่อกำลังพันธนาการมนุษย์สามชีวิตกับอสูรวิญญาณเหมันต์หนึ่งตน
พวกเขาหลับตาแน่นสนิท ใบหน้าล้วนมีรอยยิ้มสุขสงบราวกับกำลังฝันหวาน
บทเพลงของชายชราอ้วนเตี้ยบรรเลงจบ ในอากาศยังมีเสียงก้องไม่ขาดสาย ราวกับว่าแม้แต่ดินแดนผืนนี้ก็ไม่อยากให้เสียงดนตรีจางหายไป
“ไปกันเถอะหลี่ว์เฉิง ยกพวกเขาไปเถอะ” ชายชราอ้วนเตี้ยพูด
ชายชราผอมสูงได้ยินก็พยักหน้า ก่อนจะคว้าสามคนหนึ่งอสูรที่หลับใหลบนพื้นขึ้น
เมื่อกิ่งไม้สีดำเคลื่อนไหว ก็นำผู้นิทราบนพสุธาให้ลอยขึ้นมา ชายชราผอมสูงก้าวเข้าไปในหอคอยสีดำ สามคนหนึ่งอสูรก็ถูกกิ่งไม้สีดำพันธนาการตามหลังไปช้าๆ เช่นกัน หายลับไปในความมืดไม่เห็นร่องรอยอีก
ชายชราอ้วนเตี้ยเก็บเครื่องดนตรีหน้าตาคล้ายกู่ฉิน นัยน์ตาล้ำลึกจ้องดวงดาวที่เดียรดาษเต็มนภา
“ห้วงความรัก…นี่แหละสถานที่ที่แม้จะรู้ว่าเป็นของปลอม แต่ก็ยอมดำดิ่ง…”
“มนุษย์เราดำรงอยู่ก็เพื่อความสุข เพื่อทำความฝันให้สำเร็จไม่ใช่หรือ หากว่