เห็นภาพนี้มุมปากก็อดกระตุกไม่ได้
เขามองรอบข้างด้วยความงงงวยพบว่าไม่มีอะไรที่น่ากลัวนี่นา
บุรุษวิ่งไวขนาดนั้นไปทำไม กลัวเรางั้นเหรอ
“เสี่ยวเทียนเทียน ข้าน่ากลัวมากเลยหรือ” อันหลินอดถามไม่ได้
เสวี่ยจ่านเทียนพูดเสียงกร้าว “ข้าเป็นถึงเสวี่ยจ่านเทียนเชียวนะ! เสวี่ยจ่านเทียนที่น่าเกรงขามอหังการ! อย่ามาเรียกข้าว่าเสี่ยวเถียนเถียน![2]”
อันหลินเส้นเลือดปูดทันที “ใครเรียกเจ้าว่าเสี่ยวเถียนเถียน อย่าเกิดบ้าขึ้นมาเอง! เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้าเลย ข้าน่ากลัวมากหรือ ทำไมรู้สึกว่าบุรุษปีกทมิฬเลือกหนีเพราะหวาดกลัว ข้าล่ะ”
เห็นได้ชัดว่าเสวี่ยจ่านเทียนก็ฉงนใจอยู่บ้างเหมือนกัน หลังเงียบไปชั่วครู่ก็ย้อนถามว่า “ไม่น่ากลัวนี่นา ความอหังการของนายท่านยังไม่ได้ปล่อยออกมาเลย…หรือจะตกใจหนีเพราะควา ามอหังการน่าเกรงขามของข้า”
อันหลินแน่นหน้าอก รู้สึกว่าเสวนาเรื่องพรรค์นี้กับเสวี่ยจ่านเทียนมันไม่มีสาระ!
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หันมองศพของวิหคสีแดงที่อยู่กลางทะเลเพลิงที่ค่อยๆ มอดลง…
อันหลินพุ่งเข้าไปแล้วเริ่มคลำตามศพ
เป็นดังที่คาด ศาตราวุธสั่งสมมิติคล้ายห่วงก็ถูกเขาคลำออกมา
เสวี่ยจ่านเทียนตกตะลึง “คุณพระ!