รอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาจิตใจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอันหลิน ทำให้วิญญาณสัตว์เหมันต์ทั้งสิบสองตัวพลันร้สึกยากจะคาดเดา
อันดับแรกเขาหยิบซาลาเปาออกมาสิบสองเข่ง แบ่งปันให้วิญญาสัตว์เหมันต์ทุกตัว
เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ซาลาเปาก็ส่งกลิ่นก็หอมคลุ้งอบอวลไปทั่ว อย่าว่าแต่วิญญาสัตว์เหมันต์เลย แม้แต่พวกหลิวฉู่ฉู่ หลิงอิ่ง ต่างก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
“นี่คือซาลาเปาต้าไป๋เมิน พวกเจ้าลองชิมดูสิ!” เขากล่าวขึ้น
วิญญาณสัตว์เหมันต์จะไปทนกลิ่นเย้ายวนเช่นนี้ไหวได้อย่างไรกัน “อ้ำๆ งั่มๆ” กินลงไปทันที
ไม่กินก็ไม่รู้ พอได้กินเข้าไปเท่านั้นก็อร่อยติดใจจนยั้งไม่อยู่! เหล่าวิญญาณสัตว์เหมันต์กินซาลาทั้งเข่งจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็มองอันหลินด้วยสายตาอ้อนวอนอยากกินอีก
“อยู่กับข้า พวกเจ้าจะได้กินซาลาเปาเลิศรสเช่นนี้ทุกวัน!” อันหลินโยนประโยคผูกมิตรออกไป
ผลตอบลัพธ์ของวิธีดีมาก เพียงประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นก็มีวิญญาณสัตว์เหมันต์หลายตัวที่ส่งเสียงอีอียายาแสดงให้รับรู้ว่าพวกมันตกลง
แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังมีตัวที่ลังเลกับตัวที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้อยู่ เช่นเสวี่ยจ่านเทียนที่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น
และในตอนนี้เอง อันหลินก็พูด