มุมมองของทีน่าพังทลาย ร้องห่มร้องไห้ชนิดที่ว่าดอกสาลี่ต้องหยาดฝน
น้ำตาไหลเลียบลงมาตามพวงแก้วขาวผ่องของนาง มันโปร่งใสแวววาวภายใต้การส่องสะท้อนของแสงอาทิตย์ประหนึ่งไข่มุกเม็ดเล็กๆ
อันหลินเก็บสมบัติสว่างเจิดจ้าที่ลอยกลางอากาศเหล่านั้นแล้วใช้นิ้วชี้ลูบศีรษะน้อยๆ ของทีน่าแล้วปลอบโยนว่า “เอาละ หยุดร้องไห้ได้แล้ว ก็แค่โลกกว้างกว่าที่จินตนาการไปหน่อยเอ องไม่ใช่หรือ มีอะไรน่าร้องกัน”
ทีน่าเช็ดน้ำตาพลางพูดเสียงกลั้วสะอื้นว่า “แต่…แต่มันไม่ได้กว้างนิดเดียวนะ แต่กว้างไม่รู้ตั้งกี่เท่า อีกอย่างข้าถูกหลอกมานับหมื่นปี โง่เขลาร่วมหมื่นปี ฮือ…ข้าร้องไห ห้เพราะความโง่ของตัวเอง…”
อันหลิน “…”
อันหลินคิดว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดจา ปล่อยให้นางได้ระบายออกมาสักหน่อย
เมื่อคนคนหนึ่งพบว่าโลกที่ตัวเองรู้จักนั้นเป็นเพียงกรงที่เล็กจนน่าเวทนา ไม่ว่าใครก็ต้องเกิดอารมณ์ด้านลบบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะภูตหญิงที่ทะนงตน ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ยืน