ึงล่ะสิว่าอสูรปีศาจจะร่วมมือกับพวกเรา!” นอกประตูเมืองมีแม่ทัพที่ถือกระบี่ยาวหนึ่งเซนติเมตรกำลังหัวเราะร่วน
ในตอนนั้นเอง ก็มีหมอกขาวลอยลงจากฟ้าทันใด
ร่างเลือนรางเริ่มปรากฏชัดในหมอกขาวอย่างเนืองแน่น...
การต่อสู้ที่ดุเดือดเริ่มเชื่องช้าลง ทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่หมอกขาว
สายลมพัดมาระลอกหนึ่ง หมอกขาวมลายสิ้น
พลทหารแปดร้อยกว่านายปรากฏกายเหนือสมรภูมิรบ ทุกคนต่างก็ถือหอกสีเงินที่แผ่คลื่นอันน่ากลัว
แม่ทัพคนหนึ่งยืนตระหง่านกับที่ แผ่พลังปราณที่ยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้พลางตะโกนกร้าวว่า “ใครอาจหาญรุกรานอาณาเขตของแคว้นเรา!”
ไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือสหายร่วมกองทัพต่างก็มองกองทัพที่ลอยลงมาจากฟ้ากองทัพนี้ด้วยความอึ้ง หายใจเข้าดังเฮือก
เนี่ยฮ่าวที่เฝ้าเมืองทำหน้าหวาดผวา “เพิ่งผ่านไปหนึ่งเค่อเองไม่ใช่หรือ ทำไมกองทัพก็มาโผล่ที่นี่แล้ว เห็นผีแล้ว…”
“เย่…เย่หนานเทียน!” แม่ทัพของแคว้นวารินพูดด้วยใบหน้าที่มีแต่ความอึ้ง
เย่หนานเทียนถือกระบี่ขวางด้านหน้า นัยน์ตาเย็นเฉียบ ตอบเสียงเย็นชาว่า “ข้าเอง!”