าการ!”
“ก็ได้ ท่านอาวุโส แต่ข้าขอถามอีกเรื่อง…”
“ว่ามาเถิด”
“หากข้าหลอมเปลวเพลิงนิพพานได้สำเร็จ ข้าจะสามารถใช้ทั้งเปลวเพลิงและคัมภีร์เพชรได้เลยหรือไม่? ข้ากังวลว่า วัดเพชรอาจไม่ปล่อยข้าไว้”
ซูเฉินกล่าวพลางแสร้งทำหน้าลังเล
“เจ้าช่วยกำจัดมังกรดำ สมบัติเหล่านี้ย่อมคู่ควรกับเจ้า! แม้ข้าจะสังกัดวัดเพชร แต่เหล่าผู้บำเพ็ญแห่งวัดนั้นมีจิตเมตตา ไม่คิดกลั่นแกล้งเจ้าแน่!”
น้ำเสียงของเสียงชราเริ่มหงุดหงิด
“เร็วเข้าเถิด จงปลุกพลังวิญญาณของเจ้าแล้วหลอมเปลวเพลิงนิพพาน! ข้าไม่อาจทนได้อีกนาน!”
“ขอรับ ท่านอาวุโส!”
ซูเฉินประสานมือทำความเคารพ แล้วปลุกพลังวิญญาณจากหว่างคิ้ว ก้าวเข้าใกล้เงาร่างของนักบุญยุทธ์ตู้เจิน
แต่ทว่า…
ตูม!
ทันใดนั้น แสงสีทองพุ่งตรงออกมา พุ่งทะลวงใส่เงาดำมังกรที่อยู่ในมือของนักบุญยุทธ์ตู้เจิน
“อ๊ากกกก!”
เสียงร้องคำรามกึกก้องดังขึ้น เงาดำมังกรบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง แล้วลืมตาขึ้น
ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งจ้องมองซูเฉินอย่างตกตะลึง
“เจ้า…เจ้ารู้ตัวตั้งแต่เมื่อไร?!”
“เจ้ามังกรดำ เจ้ายังกล้าสวมรอยเป็นท่านตู้เจิน! หากเป็นคนอื่นคงถูกหลอกไปแล้ว แต่เจ้ามีช่องโหว่มากมาย แล้วเจ้าคิดจะหลอกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ซูเฉินหัวเราะเยา