ริบๆ “มีอะไรอีกหรือ”
สวีเสี่ยวหลานเบะปาก “ไม่มีอะไร เล่นไพ่นกกระจอกต่อเถอะ”
เจ้าอัปลักษณ์ ต้าไป๋ สวีเสี่ยวหลานกับอันหลินจึงร่วมโต๊ะกันเล่นไพ่นกกระจอกด้วยประการฉะนี้ ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ผ่านพ้นไปแล้ว
ต้าไป๋ส่งกระแสจิตอย่างโมโหว่า “พี่อัน เจ้าโง่หรือไง ทำไมเมื่อครู่ไม่แสดงออกสักหน่อยเล่า!”
อันหลินทำหน้างุนงง “แสดงออกอะไร”
ต้าไป๋กุมขมับ “ตอนนี้เป็นวันมงคล เจ้าไม่รุกหน่อยหรือ ให้ของขวัญเซียนหญิงเสี่ยวหลานหน่อย จูบเซียนหญิงเสี่ยวหลานสักทีสิ ไม่ก็พาเซียนหญิงเสี่ยวหลานขึ้นสวรรค์…พลังยุทธ์ฟื้นฟูแล้วไม่ใช่หรือ ทำอะไรไม่ได้บ้าง! พานางเล่นไพ่นกกระจอกต่อมันหมายความว่าอย่างไร!”
อันหลินครุ่นคิดแล้วได้สติทันใด
เขาชวนอย่างประหม่าว่า “เสี่ยวหลาน คืนนี้พระจันทร์งดงามปานนี้ เราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันหน่อยไหม”
สวีเสี่ยวหลานส่ายหน้า พูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ว่า “ช่างมันเถอะ เล่นไพ่นกกระจอกไปแล้ว…อีกอย่างก็ดึกแล้วด้วย ครั้งหน้าแล้วกัน”
อันหลิน “…”
“ผ่อง![1]” พูดแล้วนางก็ใช้ไพ่เสาะสามสองตัวกินเสาะสามที่เจ้าอัปลักษณ์โยนออกมา แล้ววางลงบนมุมหนึ่งของโค๊ะ
อันหลินรู้สึกเหมือนสูญเสียเวลาอันมีค่าไป ใบหน้าจึงเศร