ว่า “ไม่ต้องแล้ว! จู่ๆ ข้าก็ไม่รู้สึกหนาวแล้ว!”
เห็นอากัปกิริยาที่หวาดผวาของอันหลิน สวีเสี่ยวหลานหรี่ตายิ้ม ดวงตาหยีเหมือนจันทร์เสี้ยวที่น่าหลงใหล ค่อนข้างเย้ายวนใจ
“อืม แต่มนุษย์หมาป่าไม่มีป้ายอาญาสิทธิ์ไม่ใช่หรือ มันตามข้าออกมาได้อย่างไร” อันหลินไม่เข้าใจ
สวีเสี่ยวหลานหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะอธิบายว่า “ข้อนี้แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็รู้สึกแปลกใจ พวกเขาสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องที่มนุษย์หมาป่าทำพันธะสัญญาทาสกับเจ้า ทั้งสองพลังประสานกัน เชื่อมโยงกัน แถมตอนนั้นยังมีสัมผัสทางกายด้วย ป้ายอาญาสิทธิ์จึงวินิจฉัยว่าเจ้ากับมนุษย์หมาป่าเป็นร่างเดียวกัน จึงส่งออกมาพร้อมกัน”
อันหลินทำหน้ากระจ่างใจ ท่าทางเขากับมนุษย์หมาป่าตัวนี้จะมีวาสนาต่อกันมากทีเดียว ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ให้มันติดตามตนไปก่อนแล้วกัน
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “เสี่ยวหลาน ตอนนี้เจ้าปลุกพลังส่วนตนได้หรือยัง”
“ตื่นแล้ว วันที่เจ้ากลับมานั่นแหละ ใจข้าสั่นไหว ในที่สุดข้าก็บรรลุพลังส่วนตนแล้ว” สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างดีอกดีใจ
“ฮ่าๆ ๆ ยินดีด้วยนะ ข้าว่าแล้วเจ้าไม่มีปัญหาแน่นอน!” อันหลินได้ฟังก็ลิงโลดใจมาก
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้เขาไร้เรี่ยวแรง คงลุกขึ้นกระโด