งไหลนานอยู่หลายนาทีกว่าจะหยุด และโชคดีที่ก้อนอิฐทนความร้อนสูงได้ ทั้งสามถึงได้อยู่รอดปลอดภัย
“สหายอันหลิน ไม่คิดเลยว่าก้อนอิฐของเจ้าจะมีประโยชน์ขนาดนี้” ซ่างกวนอี้ประเมินอิฐดำด้วยใจที่ยังหวาดผวา เอ่ยปากชมเปาะ
“มันแหงอยู่แล้ว ถึงจะอัปลักษณ์มาก แต่มันก็ใช้งานได้ดีมาก!” อันหลินพูดอย่างครึ้มใจ
ม่อไห่มองท้องฟ้าแวบหนึ่ง รอยแยกที่น่ากลัวของชั้นเมฆหายไปแล้ว
ชั้นเมฆสีแดงก่ำก็กลายเป็นสีเทา ราวกับว่าพลังเพลิงว่างเปล่าแล้ว
เขาพูดว่า “เวลากระชั้นชิด พวกเรารีบเดินทางกันต่อเถอะ”
อันหลินกับซ่างกวนอี้พยักหน้า ทั้งสามเหาะลัดเลาะขึ้นไปตามแนวผาหิน
ครั้งนี้ไม่พบเจออุบัติเหตุอะไร ทั้งสามข้ามเทือกเขาที่สูงตระหง่านได้สำเร็จ
อันหลินทอดมองไปไกล ผืนฟ้าของที่นี่ไม่ใช่สีแดงก่ำ แต่เป็นสีเทาขมุกขมัว ไม่รู้ว่าสูงเท่าใด และไม่รู้ว่าจุดสูงสุดมีอะไรอยู่
พื้นดินเป็นเทือกเขาสีขาวที่สูงสลับซับซ้อนไม่เห็นปลายทาง มันเป็นสีขาวที่ขาดความอุดมสมบูรณ์และเปล่าเปลี่ยว ไม่เห็นพืชพรรณใดเลย สายธารเปลวไฟสีแดงระอุโจนทะยานไม่ขาดสาย ดุจเป็นเส้นชีพจรของปฐพี ก่อตัวเป็นความแตกต่างทางสีสันที่ชัดเจนอย่างยิ่ง
หลังพวกอันหลินเห็นแล้วก็มุ่งหน้าต่อไป
ผ่านไปไม่นา