ข้าได้ฟังเรื่องของเจ้าแล้ว รีบเข้ามาเถอะ” เสียงหัวเราะผ่อนคลายก็ดังออกมาจากข้างใน น้ำเสียงก็เปิดเผยยิ่งนัก
ประตูเปิดออกเอง อันหลินเห็นชายวัยกลางคนสวมชุดสีชาด ผมและหนวดเคราขาวโพลนคนหนึ่งกำลังจ้องตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ท่านนี้คงจะเป็นเพื่อนรักของสวีเสี่ยวหลาน สหายอันหลินสินะ” ผู้อาวุโสจูเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
อันหลินคำนับอย่างนบนอบทันที “ข้าน้อยอันหลินคารวะผู้อาวุโสจู”
ผู้อาวุโสจูหัวเราะร่าพลางลูบเครายาวไปทีหนึ่ง อมยิ้มพูดว่า “ได้ยินว่าเจ้าต้องการเพลิงพลังงานของเพลิงประจำสำนักเรา เจ้าเข้าร่วมสำนักวิหคชาดอย่างเป็นทางการ เป็นศิษย์คนสำคัญดีไหม เช่นนี้ยังได้ประโยชน์ก่อนใครอีกด้วย”
อันหลินชะงักงัน จะให้เขารู้สึกอย่างไร…เหมือนถูกจับอะไรบางอย่างได้ ในใจค่อนข้างลนลาน
ยังไม่ทันได้ขบคิด สวีเสี่ยวหลานก็พูดอย่างมีน้ำโหว่า “ผู้อาวุโสจู! ข้าบอกแล้วว่าให้จัดการสถานะของศิษย์ในนามให้เขา ท่านอย่ากลับคำนะ”
เมื่อถูกสวีเสี่ยวหลานตวาด ใบหน้าของผู้อาวุโสจูไม่มีความโกรธใดเลย กลับกระหยิ่มใจกว่าเดิม “ดูสิ สหายอันหลินเขายังไม่แสดงท่าทีอะไรเลย เจ้าก็เข้าข้างคนนอกเสียแล้ว”
สวีเสี่ยวหลานหน้าแดงทันทีที่ได้ฟัง อ้าปากค้าง สุดท้ายก็ไ