ันหลินพยักหน้า
สีหน้าของสวีเสี่ยวหลานผ่อนคลายลง เบี่ยงตัวหลบพลางพูดว่า “งั้นเจ้าเข้ามาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ได้เลย!”
ในที่สุดอันหลินก็ได้เข้าบ้านของสวีเสี่ยวหลานอีกครั้ง นี่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่!
“เซียนหญิงหลานหลาน ข้าไม่ได้โม้นะ ระยะนี้ฝีมือการปรุงอาหารของข้าก้าวหน้านิดหน่อย กวาดตามองทั่วแดนจิ่วโจว น่าจะไม่มีใครสู้การปรุงอาหารของข้าได้ แม้แต่สัตว์เลี้ยงที่เย่อหยิ่งสามตัวนั้น ก็วิวาทกันใหญ่โตทุกวันเพราะอาหารที่ข้าทำ” พออันหลินเข้ามาก็สะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองไม่ไหว เริ่มคุยโวโอ้อวดทันที
สวีเสี่ยวหลานเบะปาก “ฝีมือเป็นหนึ่งในแดนจิ่วโจวหรือ ฉายาพรรค์นี้ยังกล้าตั้ง ยังจะบอกว่าเจ้าไม่ได้โม้อีกหรือ ขืนเจ้ายังหน้าด้านเช่นนี้อีก ก็ขอให้เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“อย่าสิ เจ้าชิมก็จะรู้ รับรองว่าเจ้าจะสุขสมอารมณ์หมายจนถอนตัวไม่ขึ้น!” อันหลินหย่อนตัวนั่งลง ไม่คิดจะขยับก้นอีกต่อไป วางจานอาหารลงกลางโต๊ะ เอ่ยวาจาด้วยสีหน้าอิ่มเอม
สวีเสี่ยวหลานแสยะยิ้ม “เหอะๆ”
อันหลินเห็นดังนั้นไม่โกรธ แต่พยักหน้าจริงจังพลางพูดว่า “เจ้าไม่เชื่อหรือ งั้นเรามาพนันกันดีกว่า”
สวีเสี่ยวหลานเลิกคิ้ว “พนันอะไร”
“พนันว่าหากเจ้ากินอาหาร