ของข้าคำหนึ่ง จะอดทนไม่กินจนหมดทั้งจานได้หรือไม่ หากว่าเจ้าทนได้ถือว่าข้าแพ้ แต่หากเจ้าทนไม่ได้กินจนหมดจานถือว่าข้าชนะ!” อันหลินพูดอย่างเคร่งขรึม
สวีเสี่ยวหลานสนเท่ห์ “แล้วของวางเดิมพันล่ะ”
“ถ้าเกิดข้าแพ้ ข้าก็จะยอมเจ้าทำตามเงื่อนไขของเจ้าหนึ่งข้อ หากข้าชนะ เจ้าต้องให้อภัยเรื่องที่ข้าทำในศึกแห่งอิสรภาพ เป็นอย่างไร” อันหลินมองสวีเสี่ยวหลาน
สวีเสี่ยวหลานครุ่นคิด ตนจะแพ้ได้อย่างไร ในเมื่อไม่ใช่คนที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ จึงพยักหน้า “ได้ งั้นก็ตกลงตามนี้!”
อันหลินวางมือลงบนฝาปิดจานอาหารยิ้มๆ “ลำดับต่อไป มาถึงช่วงเวลาของความมหัศจรรย์แล้ว!”
เมื่อเปิดฝาขึ้น แสงสว่างเจิดจ้าก็สาดส่องทันใด
ได้ยินเสียงกังวานดังขึ้นภายในห้อง ภาพของพญาหงส์สีแดงพวยพุ่งขึ้นจากจาน
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานต่างก็ตะลึงงัน
คุณพระ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไก่อัคคีถือกำเนิดใหม่เป็นพญาหงส์งั้นเหรอ
ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใส่เทคนิคพิเศษ อย่าโอเวอร์ขนาดนี้ได้ไหม!
ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมที่เย้ายวนใจอย่างยิ่งก็อบอวลไปทั่วทั้งห้อง ไก่อบโค้กที่สีสันน่ารับประทานก็ปรากฏตรงหน้าทั้งคู่ ชวนให้อยากลิ้มลอง
อันหลินได้สติ