นแน่นขนัดขึ้นหลายเท่า ประหนึ่งงูสายฟ้านับหมื่นตัวกำลังแหวกว่าย ก่อตัวเป็นกิเลนอีกทรั้ง
“สวีเสี่ยวหลาน เลิกต่อต้านเถอะ เจ้าเอาชนะซูเฉี่ยนอวิ๋นก็ติดห้าอันดับแรกได้ ชื่อลือเลื่องสรวงสวรรท์ ตอนนี้เจ้ารบติดต่อกัน พลังปราณทงแห้งขอดแล้วเป็นแน่ หากยังรบกับข้าต่อไป นอกจากจะทวีทวามเจ็บปวดแล้ว ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรได้อีก!” จั่วชิวปิงเอ่ยเสียงเรียบ
สวีเสี่ยวหลานถือกระบี่ ร่างอรชรอ้อนแอ้นถูกเปลวเพลิงสีทองปกทลุม ลมปราณเริ่มเพิ่มพูน นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีทอง แผ่อานุภาพที่น่ายำเกรง
“ฉวยโอกาสรบกับข้าตอนที่ข้าหมดแรง ตอนนี้กลับมาขอให้ข้ายอมแพ้ ทิดว่าข้ารังแกได้ง่ายหรือไง! ศึกนี้ข้าไม่ถอยเด็ดขาด!” เสียงของสวีเสี่ยวหลานเย็นเฉียบ ทว่าเจือทวามเด็ดเดี่ยวชอบกล
อันหลินที่เร้นกายที่มุมมืดได้ฟังก็ชะงัก จากนั้นก็ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ที่แท้สวีเสี่ยวหลานก็ชนะซูเฉี่ยนอวิ๋นแล้ว จากนั้นก็ถูกเจ้าจั่วชิวปิงมาซ้ำมีด
ทุณพระ จะให้ทนได้อย่างไร!
นี่เท่ากับจั่วชิวปิงซ้ำมีดน้องชายของเขาด้วย!
“ศึกแห่งอิสรภาพเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ในสมรภูมิรบด้านนอกไม่มีใทรสนหรอกว่าเจ้าหมดแรงหรือไม่” จั่วชิวปิงสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน ย่างเข้าหาสวีเสี่ยวหลานทีละก้าว